| ชื่อเรื่อง | : | การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร : ศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการฟ้องคดีและการนำสืบถึงความเป็นบิดาของบุตร |
| นักวิจัย | : | ธรรนพ ภาษีผล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000110 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายนั้น โจทก์ต้องอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีในกรณีใดกรณีหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 1555 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ และโจทก์ยังมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อศาลตามที่ได้อ้างไว้ในคำฟ้อง ศาลจึงจะพิพากษาให้เด็กเป็นบุตรของชาย แต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพราะไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตรได้อย่างแท้จริง แม้ศาลจะมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของชาย แต่ก็ไม่ทำให้ชายผู้เป็นบิดาคลายความสงสัยในตัวเด็ก อันทำให้เด็กอาจไม่ได้รับความรักความอบอุ่นจากบิดาอย่างแท้จริง เพื่อให้การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรสามารถพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตรได้อย่างแท้จริง จึงควรแก้ไขปรับปรุงเหตุแห่งการฟ้องคดีและกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อมารองรับการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตร ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ศึกษาถึงหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและหลักกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร และการนำสืบความเป็นบิดาของบุตรของประเทศไทยกับต่างประเทศวิเคราะห์เปรียบเทียบกัน ผลการศึกษาพบว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรนั้น กฎหมายเปิดช่องให้มีเหตุแห่งการฟ้องคดีน้อยเกินไป อีกทั้งในบางกรณีการหาพยานหลักฐานก็เป็นไปได้ยาก ปัจจุบันสามารถตรวจความเป็นบิดาของบุตรด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอซึ่งให้ผลการตรวจได้ถูกต้องและชัดเจนที่สุด แต่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายออกมารองรับกระบวนการตรวจพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบหลักกฎหมายของประเทศไทยกับต่างประเทศที่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรแล้ว ทำให้การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของประเทศเหล่านั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรได้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายโดยกำหนดเหตุแห่งการฟ้องคดีให้เปิดกว้างมากขึ้นทำให้สามารถเสนอคดีต่อศาลได้ง่ายขึ้น ส่วนประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณีจะมีมาตรการทางกฎหมายออกมารองรับการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตรด้วยวิธีการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ซึ่งให้อำนาจศาลในการสั่งให้เด็ก หญิงมารดา และชายที่ถูกอ้างว่าเป็นบิดา ยอมเข้ารับการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอโดยยอมให้มีการเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างเส้นผม เส้นขน หรือเซลล์เนื้อเยื่อจากร่างกายของบุคคลได้ จึงมาใช้ในการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตร ทำให้การตัดสินว่าเด็กเป็นบุตรของชายนั้น มีความถูกต้องชัดเจนเพราะสามารถพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตรได้อย่างแท้จริง การศึกษาในครั้งนี้ จึงได้เสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น จึงควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายโดยการกำหนดเหตุแห่งการฟ้องคดีให้เปิดกว้างมากขึ้น โดยกำหนดเหตุแห่งการฟ้องคดีให้มีเพียงเหตุหรือพฤติการณ์ที่มุ่งถึงการมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายกับหญิงมารดา และให้อำนาจแก่ศาลที่จะสั่งให้เด็ก หญิงมารดา และชายผู้ถูกอ้างว่าเป็นบิดาเข้ารับการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาของบุตร โดยการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอ โดยยอมให้มีการเก็บตัวอย่าง เลือด เส้นผม เส้นขน หรือเซลล์เนื้อเยื่อ จากร่างกายของผู้นั้น และควรกำหนดมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน เพราะทำให้การฟ้องคดีขอให้รับบุตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้คู่ความในคดีได้รับความคุ้มครองยิ่งขึ้นโดยเฉพาะตัวเด็กเองที่จะได้รับประโยชน์จากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่สุด และส่งผลให้สังคมส่วนรวมดีขึ้นอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ธรรนพ ภาษีผล . (2548). การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร : ศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการฟ้องคดีและการนำสืบถึงความเป็นบิดาของบุตร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธรรนพ ภาษีผล . 2548. "การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร : ศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการฟ้องคดีและการนำสืบถึงความเป็นบิดาของบุตร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธรรนพ ภาษีผล . "การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร : ศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการฟ้องคดีและการนำสืบถึงความเป็นบิดาของบุตร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ธรรนพ ภาษีผล . การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร : ศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการฟ้องคดีและการนำสืบถึงความเป็นบิดาของบุตร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
