| ชื่อเรื่อง | : | การคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ข้อ 24 |
| นักวิจัย | : | ศิระ รัตตานุกูล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000097 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Organized Crime) เป็นปัญหาที่ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องประสบ ในการประกอบอาชญากรรมขององค์กรมีรูปแบบที่มิได้จำกัดขอบเขตในประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มีความเกี่ยวเนื่องหลายๆ ประเทศโดยองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหลายประเภทไม่ว่าการค้ายาเสพติด การค้าประเวณี การค้ามนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก การผลิตและการค้าอาวุธที่ผิดกฎหมาย การฉ้อราษฎร์บังหลวง และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ อีกมากมาย ในการดำเนินการขององค์กรนั้นได้สร้างรายได้ให้กับองค์กรในแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้องค์กรมีการจัดระบบการทำงานอย่างซับซ้อน มีกิจกรรมในองค์กรหลายลักษณะทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย ซึ่งองค์กรในกระบวนการยุติธรรมมักจะตามไม่ทันยากที่จะปราบปรามจับกุมและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศ ระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคมของประเทศนั้นๆสร้างปัญหาเกี่ยวโยงกับหลายๆ ประเทศอันเป็นปัญหาของสังคมโลกโดยรวม ในด้านการดำเนินคดีกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Organized Crime) เป็นที่ทราบกันแล้วว่า หากสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้มักจะเป็นผู้กระทำผิดที่ไม่สำคัญยากที่จะสืบสาวโยงไปถึงผู้เป็นหัวหน้า หรือผู้บงการ โดยที่องค์กรจะมีการดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อมิให้ตน หรือพรรคพวกถูกจับ หรือได้รับโทษ มีการใช้อิทธิพลคุกคาม ข่มขู่ ทำร้าย หรือกำจัดพยาน หรือผู้เสียหายไม่ว่าจะอยู่ในฐานะพยานหรือไม่มักจะทำให้พยานหรือผู้เสียหาย ตลอดทั้งผู้ใกล้ชิดได้รับความเกรงกลัว และมีความไม่ปลอดภัย ทำให้พยานไม่กล้ามาเป็นพยานหรือให้ความร่วมมือกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรม อันเป็นอุปสรรคสำคัญในการปราบปรามองค์กรได้ทั้งขบวนการ ทำให้พรรคพวกที่เหลืออยู่ยังสามารถประกอบอาชญากรรมต่อไปได้อีก และสร้างความเสียหายโดยไม่มีที่สิ้นสุด ปัญหาดังกล่าว นับวันแต่จะทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นานาประเทศได้ตระหนักถึงมหันตภัยนี้ จึงได้หาทางสร้างความร่วมมือกันในการป้องกัน ปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (TransnationalOrganized Crime) โดยสหประชาชาติได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเข้าดำเนินการในเรื่องนี้ ในที่สุดสหประชาชาติได้จัดทำอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร (United Nations Convention against Transnational Organized Crime) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่จะป้องกันและต่อต้านองค์กรดังกล่าว โดยเฉพาะอนุสัญญาฯ ข้อ 24 กำหนดให้รัฐภาคีมีการใช้มาตรการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นมาตรการหนึ่งในการเข้าจัดการกับปัญหาข้างต้น เพื่อให้ได้มาซึ่งคำเบิกความของพยานในการนำมาประกอบการพิจารณาคดี ตลอดทั้งใช้พิสูจน์ความผิด และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษอันเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่ทำให้พยานมีความรู้สึกว่าพยานมีที่พึ่ง และหันมาให้ความร่วมมือกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรม อนุสัญญาดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมลงนามเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญา ณ เมืองปาเลอร์โม ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2543 หลังจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ร่วมลงนามได้ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์กจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2545 ซึ่งในขณะนี้ได้มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมลงนามกว่า 140 ประเทศ ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Organized Crime) จึงร่วมมือที่จะป้องกันและต่อต้านองค์กรดังกล่าว โดยรัฐบาลไทยมอบหมายให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ลงนามแทนในอนุสัญญา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2543 ดังนั้นประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีจึงมีพันธกรณีตามอนุสัญญาโดยเฉพาะข้อ 24 ในการให้ความคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องแก้ไข ปรับปรุง หรือบัญญัติกฎหมายบางเรื่องโดยเฉพาะในพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญาพ.ศ. 2546 ตลอดทั้งการกำหนดมาตรการต่างๆ ทางบริหารเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญา ในการแก้ไข ปรับปรุง หรือบัญญัติกฎหมายบางเรื่องในพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญาพ.ศ. 2546 ตลอดทั้งการกำหนดมาตรการต่างๆ ทางบริหารเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ ข้อ 24 ดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนได้ทำการศึกษา วิเคราะห์พร้อมกับข้อเสนอแนะอันเป็นแนวทางในการดำเนินการต่างๆ เพื่อประเทศไทยจะได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาในโอกาสต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ศิระ รัตตานุกูล . (2548). การคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ข้อ 24.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิระ รัตตานุกูล . 2548. "การคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ข้อ 24".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิระ รัตตานุกูล . "การคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ข้อ 24."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ศิระ รัตตานุกูล . การคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 ข้อ 24. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
