| ชื่อเรื่อง | : | มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางานศึกษาเฉพาะกรณี การส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ |
| นักวิจัย | : | กรพัฒน์ สุภานันท์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000093 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางาน เพื่อส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 เปรียบเทียบกับมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ประเทศ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์และประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยศึกษาวิเคราะห์การควบคุมบริษัทจัดหางานในส่วนของการส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ ที่ทำให้คนหางานไม่ได้รับความคุ้มครองและพฤติกรรมอันไม่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัทจัดหางาน ที่เกี่ยวกับการเรียกรับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญาความไม่รัดกุมและชัดเจนเพียงพอของบทบัญญัติกฎหมายที่ควบคุมบริษัทจัดหางาน การฝึกอาชีพและการอบรมที่ขาดประสิทธิภาพ เพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายจัดหางานและคุ้มครองคนหางานในส่วนของการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ผลการศึกษาพบว่าพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ของประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการควบคุมบริษัทจัดหางาน เพราะไม่สามารถให้ความคุ้มครองคนหางานที่ไปทำงานในต่างประเทศ ได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม จึงทำให้คนหางานถูกเรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวง สูญเสียเงินและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและประเทศชาติ รวมทั้งประชาชนและคนหางาน ทั้งยังคงเป็นปัญหาควบคู่กับธุรกิจจัดหางาน และไม่สามารถขจัดปัญหาให้หมดสิ้นไปได้ ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะ ให้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ในส่วนของการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ โดยให้นำมาตรการทางอาญามาบังคับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทางปฏิบัติให้มากขึ้นและสมควรกำหนดโทษปรับให้สูงขึ้น เพื่อเป็นบทลงโทษทางเศรษฐกิจแก่ผู้กระทำความผิด นอกจากนั้นควรปรับปรุงกฎหมายในส่วนของการรับสมัครงาน โดยห้ามมิให้สาย หรือนายหน้า เป็นผู้รับสมัครงานได้โดยตรง และควรห้ามมิให้สาย หรือนายหน้า เป็นผู้เรียกรับเงินค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากสายหรือนายหน้าเถื่อนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในส่วนการเรียกหรือรับเงินค่าบริการ โดยห้ามมิให้บริษัทจัดหางานเรียกหรือรับค่าบริการก่อนที่คนหางานจะได้งานทำ เพื่อเป็นการคุ้มครองคนหางานให้ได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นและป้องกันการเรียกหรือรับเงิน ค่าบริการเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องใดบ้าง และใช้ได้ครอบคลุมถึงไหนเพียงไร ประการต่อมาควรแก้ไขปรับปรุงและกำหนดหลักเกณฑ์การฝึกและอบรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และพัฒนาอาชีพทุกระดับให้เป็นแบบยั่งยืนโดยเน้นประเภทแรงงานฝีมือ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจสังคมและสภาวการณ์ในปัจจุบัน |
| บรรณานุกรม | : |
กรพัฒน์ สุภานันท์ . (2548). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางานศึกษาเฉพาะกรณี การส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กรพัฒน์ สุภานันท์ . 2548. "มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางานศึกษาเฉพาะกรณี การส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กรพัฒน์ สุภานันท์ . "มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางานศึกษาเฉพาะกรณี การส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. กรพัฒน์ สุภานันท์ . มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบริษัทจัดหางานศึกษาเฉพาะกรณี การส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
