ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
นักวิจัย : ทิพย์มล ไพชำนาญ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000059
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้บังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวน่าจะเกิดผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและระบบการเมือง จึงได้ทำการศึกษาเพื่อให้ทราบถึงความเป็นมา หลักเกณฑ์ของกฎหมาย เจตนารมณ์และการบรรลุผลตามเจตนารมณ์ รวมถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยได้ทำการศึกษา ค้นคว้าจากตำรา หนังสือ บทความ เอกสารทางวิชาการ สื่อ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมการเมืองของไทย ซึ่งเป็นการวิจัยในเชิงคุณภาพ ผลการศึกษา พบว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ ส.ส. ย้ายพรรค แต่เมื่อได้มีการนำมาใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฎว่ามี ส.ส. ย้ายไปสังกัดพรรคอื่นถึง 46 คน และมีการยุบพรรครวมกันอีกหลายพรรคจึงเป็นบทพิสูจน์ได้ว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการป้องกันไม่ให้ ส.ส. ย้ายพรรคได้ และเมื่อนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปวิเคราะห์กับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักเกณฑ์พื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะพบว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ทำให้สิทธิในการสมัคร ส.ส. ของประชาชนต้องตกไปอยู่กับการตัดสินใจของพรรคการเมือง และเมื่อวิเคราะห์กับหลักความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ก็พบว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวทำให้ ส.ส. ขาดความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง อีกทั้งยังทำให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาพรรคการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวก็ยังมีผลดีบางประการคือ ทำให้ ส.ส.มีความผูกพันกับพรรคการเมืองทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งขึ้นเนื่องจากมีอำนาจในการควบคุม ส.ส. และทำให้พรรคการเมืองมีเวลาในการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส. เมื่อพิจารณาผลที่เกิดขึ้นจริงซึ่งไม่สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ และเปรียบเทียบระหว่างข้อดีกับข้อเสีย รวมทั้ง หลักเกณฑ์การใช้อำนาจของรัฐในทางมหาชนเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนแล้ว เห็นว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวก่อให้เกิดผลเสียต่อประชาชนและระบบการเมืองมากกว่าผลดี จึงเสนอแนะให้ยกเลิกการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันแต่ยังคงต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวไว้

บรรณานุกรม :
ทิพย์มล ไพชำนาญ . (2548). มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิพย์มล ไพชำนาญ . 2548. "มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิพย์มล ไพชำนาญ . "มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ทิพย์มล ไพชำนาญ . มาตรการทางกฎหมายในการส่งเสริมพรรคการเมืองไทย : ศึกษากรณีการบังคับให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.