ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย
นักวิจัย : ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=8986
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาคุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือ ของประเทศไทย โดยได้ทำการเลือกลำน้ำทั้งสิ้น 20 สาย จาก 5 ลุ่มน้ำหลักของ ภาคเหนือมาทำการวิเคราะห์ ซึ่งได้แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 4 ส่วนตามประเภท ของข้อมูลการไหลคือ การไหลรายเดือน การไหลรายปีเฉลี่ย การไหลรายปีสูงสุดและ การไหลรายปีต่ำสุด โดยแต่ละประเภทของข้อมูลการไหลจะทำการวิเคราะห์คุณสมบัติ ทางสถิติแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของข้อมูล ปริมาณการไหลรายเดือนนั้นเป็นการไหลที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดย ปริมาณน้ำรายเดือนสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมและปริมาณน้ำ ต่ำสุดอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ซึ่งผลกระทบจากค่าความชื้น รายเดือนของแต่ละพื้นที่ (Monthly Catchment Moisture) จะมีมากในเดือน ที่ติดกัน และจะค่อยๆ ลดน้อยลงจนถึงระดับที่ไม่มีความสำคัญเลยในสองถึง สามเดือนถัดไป นอกจากนี้ในการวิเคราะห์ค่าช่วงเวลาการไหลของข้อมูลการไหล รายเดือนพบว่าการไหลปกติในลำน้ำของแต่ละลุ่มน้ำมีความแตกต่างกันค่อนข้าง ชัดเจน โดยที่ 95% ของการไหลนั้น พบว่าลุ่มน้ำสาละวินมีศักยภาพการให้น้ำ สูงสุด รองลงมาคือลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำวัง และลุ่มน้ำยม ตามลำดับ ข้อมูลอัตราการไหลรายปีสูงสุดมีความแปรผันและความเบ้มากกว่าข้อมูลการ ไหลรายปีเฉลี่ย ส่วนสัมประสิทธิ์ของ Hurst ของข้อมูลการไหลรายปีเฉลี่ยเท่า กับ 0.709(+,ฑ)0.086 และของอัตราการไหลรายปีสูงสุดเท่ากับ 0.669(+,ฑ)0.058 ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 จากข้อมูลทั้งสิ้น 20 สถานี พบว่ามี 19 สถานี หรือประมาณ 95% ของข้อมูลการไหลรายปีเฉลี่ยเป็น White Noise Model โดยมี เพียงสถานีเดียวเท่านั้นที่เป็น AR(2) คือสถานี N.1 ของลุ่มน้ำน่าน และ สำหรับอัตราการไหลรายปีสูงสุดพบว่า 95% ของข้อมูลการไหลเป็นอิสระต่อกันเช่น เดียวกับการไหลรายปีเฉลี่ย ส่วนสถานีที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลการไหลรายปี สูงสุดไม่เป็นอิสระต่อกันคือ สถานี P.20 ของลุ่มน้ำปิง นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสัมประสิทธิ์การแปรผันและน้ำท่วมในรอบ 100 ปี มีความสัมพันธ์กันอย่างดีมาก (r(2) > 0.9567)รองลงมาคือความสัมพันธ์ ระหว่างอัตราการไหลรายปีสูงสุดจำเพาะกับปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย (r(2) > 0.8594) และความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหลรายปีเฉลี่ยสูงสุดกับสัมประสิทธิ์ การแปรผัน (r(2) > 0.8576) ตามลำดับ ในการพิจารณาถึงการแจกแจงของข้อมูลการไหลทั้งการไหลรายปีเฉลี่ย และการ ไหลรายปีสูงสุด พบว่าไม่มีการแจกแจงทางทฤษฎีใดที่มีการแจกแจงเหมาะสมสำหรับ ทุกๆ ลำน้ำในภาคเหนือ โดยข้อมูลของแต่ละลำน้ำนั้นมีความเหมาะสมสำหรับการ แจกแจงทางทฤษฎีแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามทฤษฎีที่มีแนวโน้มของการแจกแจง ใกล้เคียงกับเส้นแนวโน้มของภาคเหนือมากที่สุดจาก Moment Ratio Diagram คาดว่าจะเป็นการแจกแจงแบบ Log Pearson Type (~iIII~i) ในส่วนของการไหลรายปีต่ำสุดนั้นพบว่าแต่ละลำน้ำมีปริมาณการไหลรายปีต่ำ สุดแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางลำน้ำไม่มีปริมาณน้ำไหลเลยในบางช่วงของฤดูแล้ง โดยจากโค้งแจกแจงความถี่ปริมาณการไหลต่ำสุดพบว่า มี 12 ลำน้ำที่มีปริมาณน้ำ ตลอดปี โดยมี 3 ลำน้ำที่มีปริมาณการไหลเป็นศูนย์ติดกัน 7 วัน มีลำน้ำที่มี ปริมาณการไหลเป็นศูนย์นาน 15 วัน อยู่ 3 สถานีเช่นกัน ส่วนอีก 2 สถานีมี ปริมาณการไหลเป็นศูนย์นาน 60 วัน และจากโค้งช่วงเวลา-การไหลเข้าสะสมพบว่าจาก 20 ลำน้ำที่ใช้เป็นตัวแทนของภาคเหนือ เมื่ออาศัยสมมติฐานที่ว่าปริมาณความ ต้องการใช้น้ำเท่ากับ 30% ของปริมาณการไหลเฉลี่ย มีเพียง 3 ลำน้ำที่มีปริมาณ น้ำเพียงพอที่จะเก็บกักในอ่างเก็บน้ำให้เต็มได้ภายในหนึ่งปี คือ SW.5A P.14 และ P.20 ส่วนอีก 17 หากต้องการจะสร้างอ่างเก็บน้ำจะต้องอาศัยการเก็บกักข้าม ปี น้ำจึงจะสามารถเต็มอ่างเก็บน้ำ

บรรณานุกรม :
ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา . (2545). คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา . 2545. "คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา . "คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา . คุณสมบัติทางสถิติของลำน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.