ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
นักวิจัย : ปรีชา แก้วคำปา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5269
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหารูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้าน สาธารณสุขในหมู่บ้าน ค้นหาทางเลือกในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขในชุมชน เป็นการ ศึกษาเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึกจากประชากรที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารระดับจังหวัด ระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยพื้นที่ตั้งกลุ่ม และแบบสอบถามสมาชิก กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคในหมู่บ้านที่ชนะการประกวดหมู่บ้าน คุ้มครองผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2536 จำนวน 5 กลุ่มของอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาเก็บข้อมูล 2 ครั้ง โดยใช้ เครื่องมือลักษณะเดียวกัน ครั้งแรกเก็บข้อมูลในเดือนกรกฎาคม 2537 ครั้งที่สองเก็บข้อมูลใน เดือนธันวาคม 2540 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่าข้อมูลที่จัดเก็บทั้งสองครั้งมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยสรุปกลุ่ม เกิดขึ้นจากการผลักดันของภาครัฐ มีลักษณะเป็นกลุ่มเปิดสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าเป็น สมาชิก และประกอบกิจกรรมร่วมกัน ภายใต้การสนับสนุนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีโครงสร้าง ของกลุ่มอย่างเป็นทางการ สมาชิกมีสถานะภาพทางสังคมหลากหลาย เช่น อาสาสมัครคุ้มครอง ผู้บริโภค (อคบ.) สมาชิกกลุ่มแม่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เจ้าของร้านชำ ผู้สูงอายุ แลผู้ใหญ่บ้าน อาชีพหลักเป็นเกษตรกร ค้าขาย และรับราชการส่วนท้องถิ่น การทำงานของกลุ่ม กำหนดโดยคณะกรรมการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ขนาดของกลุ่มมีทั้งคงที่และลดลง กลุ่ม มีความต่อเนื่องของสมาชิก กิจกรรม สามารถดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมซึ่งเป็น วิถีแห่งการดำเนินชีวิตปกติ แม้ว่ากรรมการและสมาชิกบางส่วนได้ปรับมาจากกลุ่มอื่นๆ อาทิเช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มผู้สูงอายุ แต่สมาชิกทุกกลุ่มให้เหตุผลในการเข้าร่วมกิจกรรม ชมรมเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ได้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญได้ช่วยเหลือชาวบ้าน แสดงถึงความเข้าใจของสมาชิกที่มาช่วยงานด้านนี้ แม้จะ มีปัญหาของการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มของสมาชิกน้อยไปบ้าง แต่งานคุ้มครองผู้บริโภคด้าน สาธารณสุขในหมู่บ้าน ก็ยังสามารถจะดำเนินการได้ตามเป้าหมาย การศึกษากระบวนการกลุ่มในชุมชนเฉพาะด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีส่วนร่วม เพื่อ พัฒนาศักยภาพประชาชน/ชุมชนที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม และมีความพร้อมที่จะร่วมดำเนินงาน คุ้มครองผู้บริโภคภายใต้การแนะนำและสนับสนุนขององค์กรภาครัฐ/เอกชน โดยมีรูปแบบและวิธีการ ดำเนินงานของกลุ่มเหมาะสมกับสภาพทางภูมิศาสตร์ของชุมชน สภาพสังคม วัฒนธรรม การเมือง ท้องถิ่น เศรษฐกิจ และการศึกษาของคนในชุมชนนั้นๆ ย่อมจะนำไปสู่การพัฒนาการมีส่วนร่วม ดำเนินงานที่ยั่งยืน และก้าวไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงพลัง ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียนรู้ของชุมชนที่มี ความเสมอภาคและเป็นไททางความคิด โดยใช้กระบวนการประชาธิปไตยเป็นหลักการ พื้นฐาน และการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ทำให้เกิดทักษะชีวิตสามารถตัดสินใจกำหนดชะตา ชีวิตของตนเองได้ การพัฒนาจิตสำนึกของการทำงานร่วมกันเป็นทีม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี จะเป็นพลังทำให้กลุ่มสามารถค้นหาและตรวจสอบความ เป็นจริง เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงความไม่เป็นธรรมในสังคมได้ ไม่ว่าในเรื่องเศรษฐกิจหรือสุขภาพ

บรรณานุกรม :
ปรีชา แก้วคำปา . (2540). รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา แก้วคำปา . 2540. "รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา แก้วคำปา . "รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ปรีชา แก้วคำปา . รูปแบบการดำเนินงานของกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขใน 5 หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.