ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : ปรีชา วงศ์ทิพย์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5255
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของการเกิดโรคขาดสารไอโอดีน ระดับ ความรู้ พฤติกรรมการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้กับพฤติกรรม การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน และความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ พฤติกรรมการป้องกันกับภาวะการ ขาดสารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากสมาชิกทุกครัวเรือนที่มีอายุ 15-60 ปี ครัวเรือนละ 1 คน ด้วยวิธี การสุ่มแบบง่ายได้จำนวนตัวอย่าง 88 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์และแบบบันทึก เก็บ รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ร่วมกับการสังเกตและตรวจต่อมธัยรอยด์กลุ่มประชากรอายุ 15-60 ปีทุกคนซึ่งมีจำนวน 270 คน โดยวิธีคลำคอและแบ่งระดับคอพอกตามมาตรฐานของ องค์การอนามัยโลก วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนาและหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและ ทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ไคสแควร์ และฟิชเชอร์ เอกซ์แซค เทสต์ ผลการศึกษาพบว่า ความชุกของโรคขาดสารไอโอดีนของประชากรอายุ 15-60 ปี มีร้อยละ 20.7 กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เรื่องโรคขาดสารไอโอดีนในระดับปานกลางร้อยละ 42 ระดับน้อยร้อยละ 39.8 และระดับดีร้อยละ 18.2 จากการวิเคราะห์ความรู้รายข้อพบว่ามีความรู้ถูกต้องในเรื่อง ผลกระทบของการขาดสารไอโอดีนของหญิงมีครรภ์ เด็กวัยเรีน และผู้ใหญ่ร้อยละ 48.9 36.4 และ 15.9 ตามลำดับ และทราบว่าโรคขาดสารไอโอดีนเป็นโรคที่รักษาได้มีเพียงร้อยละ 38.6 ทราบวิธีการเสริมน้ำยาไอโอดีนเข้มข้นในน้ำดื่มและ น้ำปลาเพียงร้อยละ 38.6 และ 1.1 ตาม ลำดับ ทราบว่าอาหารที่มีสารก่อให้เกิดโรคขาดสารไอโอดีนมีเพียงร้อยละ 5.7 ในด้านพฤติกรรม การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีร้อยละ 90.9 แม้พบว่าร้อยละ 72.7 ใช้เกลืออนามัยแต่ในจำนวนนี้ทุกหลังคาเรือนมีการเก็บเกลืออนามัยไม่ถูกต้อง มีการดื่มน้ำ เสริมไอโอดีนสม่ำเสมอทุกวันอย่างต่อเนื่องเพียงร้อยละ 1.1 รับประทานอาหารทะเลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งร้อยละ 4.5 นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ที่เคยตรวจภาวะการขาดสารไอโอดีนเพียงร้อยละ 38.6 เท่านั้น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนกับ ภาวะการขาดสารไอโอดีน พบว่าความรู้มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันในเชิงบวกอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.48, P<0.01) และความรู้มีความสัมพันธ์กับภาวะการขาดสารไอโอดีน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการป้องกันโรคขาด สารไอโอดีนกับภาวะการขาดสารไอโอดีน จากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าชาวไทยภูเขากลุ่มนี้ มีความรู้เกี่ยวกับโรคขาดสารอาหารไอโอดีนยังไม่ดีพอและมีพฤติกรรมการป้องกันโรคขาดสาร ไอโอดีนไม่เหมาะสม ดังนั้นควรรณรงค์ให้ความรู้ และสนับสนุนการเสริมไอโอดีนให้แก่ชาวไทย ภูเขากลุ่มนี้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง

บรรณานุกรม :
ปรีชา วงศ์ทิพย์ . (2540). ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา วงศ์ทิพย์ . 2540. "ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา วงศ์ทิพย์ . "ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ปรีชา วงศ์ทิพย์ . ความรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และความชุกของโรคขาดสารอาหารไอโอดีนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.