ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย
นักวิจัย : งามนิตย์ ราชกิจ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5252
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรม การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรม การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นทุกราย ที่มารับการบำบัด ในคลีนิคเมทธาโดน โรงพยาบาลชุมชน 4 แห่ง ใน จังหวัดเชียงราย ในระหว่าง วันที่ 1 มีนาคม 2540 ถึง 30 เมษายน 2540 ได้ประชากรตัวอย่างจำนวน 122 คน เครื่องมือที่ใช้เป็น แบบสอบถามที่ผู้ทำการศึกษาสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและทดสอบความ สัมพันธ์โดยใช้สัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่าความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประชากรตัวอย่าง มีความเชื่อโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับดี เมื่อวิเคราะห์ความเชื่อรายหมวด พบว่า การรับรู้ต่อโอกาส เสี่ยง การรับรู้ต่อความรุนแรงของโรค การรับรู้ต่อประโยชน์และการรับรู้ต่อแรงจูงใจในการ ป้องกันโรคอยู่ในระดับดีทุกหมวด แต่จากการวิเคราะห์รายข้อพบว่า ยังมีการรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยง ต่อการเกิดโรคที่ยังไม่ถูกต้อง ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัยทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง มีผู้ เห็นด้วยเพียงร้อยละ 41.8 ในแง่การรับรู้ต่อความรุนแรงของโรคยังคงมีผู้เห็นด้วยว่า ปัจจุบัน มียาและวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ได้ ร้อยละ 48.4 การรับรู้ต่อประโยชน์ในการป้องกันโรค เห็นด้วยว่าการสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาทุกครั้งสามารถป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี ร้อยละ 40.2 และเห็นด้วยว่าการป้องกันทำได้ยากกว่าการรักษาร้อยละ 49.2 ในแง่ การรับรู้ต่อแรงจูงใจ มีผู้เห็นด้วยว่า การตรวจเลือดก่อนแต่งงานเป็นการป้องกันโรคเอดส์ ร้อยละ 82.0 สำหรับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี พบว่าอยู่ในระดับดี ร้อยละ 52.5 ระดับปานกลาง ร้อยละ 31.1 และระดับไม่ถูกต้อง ร้อยละ 16.4 จากการวิเคราะห์พฤติกรรม รายข้อพบว่า มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอยู่มาก ได้แก่ พฤติกรรมการใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ร้อยละ 43.4 การมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ สามี/ภรรยา ร้อยละ 59.0 มีการใช้ถุงยางอนามัยในการร่วมเพศทุกครั้ง ร้อยละ 37.5 มีการใช้ใบมีด โกนร่วมกับบุคคลอื่น ร้อยละ 36.1 ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประจำและบางครั้ง ร้อยละ 21.3 ร้อยละ 64.8 ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกัน การติดเชื้อเอชไอวี พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.46,p<0.01) ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปเป็นข้อมูลประกอบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ติดยา เสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเอดส์ในคนกลุ่มนี้ต่อไป

บรรณานุกรม :
งามนิตย์ ราชกิจ . (2540). ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
งามนิตย์ ราชกิจ . 2540. "ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
งามนิตย์ ราชกิจ . "ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
งามนิตย์ ราชกิจ . ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของผู้ติดยาเสพติดชนิด ฉีดเข้าเส้น โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.