| ชื่อเรื่อง | : | ความชอบธรรมในสังคมการเมืองไทย : กรณีศึกษาเฉพาะอำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ก่อพงษ์ โกมลรัตน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=5175 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การค้นคว้าแบบอิสระนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษา ถึงลักษณะและปัจจัยที่เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความชอบธรรมในความ คิดเห็นของประชาชนโดยเน้นเปรียบเทียบคนในเขตเทศบาลนคร เชียงใหม่กับคนนอกเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และ 2) เพื่อศึกษา ถึงความหมายของคำว่าความชอบธรรมทางการเมืองในทัศนะของ ประชาชนในความพึงพอใจ 3 ด้าน คือ ความพึงพอใจต่อรัฐบาล ชุดปัจจุบัน ความพึงพอใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและ ความพึงพอใจในนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันทำการสำรวจข้อมูล ภาคสนามด้วยการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการทำวิจัย สอบถามประชากรเป้าหมายด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 268 ราย แยกเป็นประชาชนในเขต เทศบาลนครเชียงใหม่ 124 ราย และนอกเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 134 ราย ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า 1) ความพึงพอใจประการแรก ด้านความพึงพอใจต่อรัฐบาล ชุดปัจจุบันของประชาชนมีอยู่ในระดับต่ำ เพียงแต่เห็นว่าการมีพรรค การเมืองหลายพรรคเข้าร่วมรัฐบาลผสมจะก่อให้เกิดความคิดหลาก หลายเป็นสิ่งที่ดีเท่านั้น 2) ความพึงพอใจประการที่สอง ด้านความพึงพอใจต่อการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยของประชาชนมีอยู่ในระดับสูงมาก เพราะเห็นว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศด้วย และต้องการให้เงิน นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ตลอดจน ต้องการให้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น เช่น การเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น 3) ความพึงพอใจประการที่สาม ด้านความพึงพอใจต่อนโยบาย ของรัฐบาลชุดปัจจุบันของประชาชนมีอยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกันกับ ประการแรกในทุกนโยบายประชาชนไม่มั่นใจว่าจะกระทำได้ หรือ ไม่มั่นใจว่าอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ตนเองหรือของประเทศ ดังเช่นการแก้ไขปัญหากรณีธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ เป็นต้น สำหรับนโยบายที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุดคือ นโยบายการให้ กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสมีผลทำให้ความเสมอภาคใน โอกาสทางการศึกษาของสังคมดีขึ้น จากการศึกษาความชอบธรรมโดยเน้นที่ความพึงพอใจทั้ง สามด้าน ทำให้สรุปได้ว่าความชอบธรรมทางการเมืองในความเห็น ของประชาชน คือ รัฐบาลที่ประชาชนช่วยเลือกตั้งมานั้นต้องปฏิบัติ หน้าที่ นโยบาย และการบริหารประเทศภายใต้หลักการของระบอบ ประชาธิปไตย และให้คำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนมากกว่า ประโยชน์ส่วนตนหรือกลุ่มคณะ ส่วนภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคม จะมีอิทธิพลต่อความ พึงพอใจแต่ละด้านแตกต่างกัน คือ ผู้มีการศึกษาสูงมีความพึงพอใจ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สูงกว่าผู้มีการศึกษาต่ำกว่า ในขณะที่ผู้ประกอบอาชีพราชการมีความพึงพอใจต่อนโยบายของ รัฐบาลสูงกว่าผู้ทำธุรกิจส่วนตัวหรือผู้ทำงานในภาคธุรกิจ แต่ ประชาชนมีความพึงพอใจต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีความ พึงพอใจทั้ง 3 ด้านไม่แตกต่างกันกับผู้ที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร เชียงใหม่ |
| บรรณานุกรม | : |
ก่อพงษ์ โกมลรัตน์ . (2539). ความชอบธรรมในสังคมการเมืองไทย : กรณีศึกษาเฉพาะอำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ก่อพงษ์ โกมลรัตน์ . 2539. "ความชอบธรรมในสังคมการเมืองไทย : กรณีศึกษาเฉพาะอำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ก่อพงษ์ โกมลรัตน์ . "ความชอบธรรมในสังคมการเมืองไทย : กรณีศึกษาเฉพาะอำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ก่อพงษ์ โกมลรัตน์ . ความชอบธรรมในสังคมการเมืองไทย : กรณีศึกษาเฉพาะอำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
