| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของท่อนำไข่มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู |
| นักวิจัย | : | หทัยรัตน์ เครือไวศยวรรณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4816 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้เป็นการศึกษาลักษณะทางจุลกายวิภาคของท่อนำไข่ มนุษย์โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกศึกษาเปรียบเทียบ ลักษณะของท่อนำไข่ในแต่ละส่วนซึ่งได้แก่ infundibulum, ampulla, isthmus และ intramural ส่วนที่สองเปรียบเทียบลักษณะชั้น เยื่อบุผิวของท่อนำไข่ในแต่ละระยะของรอบประจำเดือน ได้แก่ ระยะ early proliferative, mid proliferative, early secretory, mid secretory และ late secretory การศึกษา กระทำโดยนำตัวอย่างชิ้นเนื้อท่อนำไข่ และมดลูกของผู้เสียชีวิต หรือผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกและท่อนำไข่ออก จำนวน 20 ตัวอย่างมาผ่านกระบวนการตรึงสภาพเนื้อเยื่อและขั้นตอนการ เตรียมเนื้อเยื่อสำหรับศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา (LM) จากนั้นนำสไลด์เนื้อเยื่อมาย้อมแสดงด้วยเทคนิคการย้อมสีต่างๆ คือ 1) Hematoxylin and Eosin (H&E) 2) Gomeris one step trichrome และ 3) PAS ตามวิธีของ McManus จากนั้นนับจำนวน ciliated cell, secretory cell และ peg cell, วัดความสูงของ epithelial cell โดยใช้ ocular micrometer และศึกษารูปร่างของ epithelium ในระยะต่างๆ นั้น ผลการศึกษาพบว่า ท่อนำไข่ประกอบด้วยชั้นต่างๆ 3 ชั้น คือ serosa, muscularis และ mucosa (ซึ่งประกอบด้วย epithelium และ lamina propria mucosae). epithelium ของท่อนำไข่ประกอบด้วยเซลล์ 3 ชนิดคือ ciliated cell, secretory cell และ peg cell โดยที่สัดส่วนของ ciliated cell และ secretory cell แตกต่างกันไปในแต่ละส่วนที่ infundibulum มีเปอร์เซนต์ ciliated cell มากที่สุด (56.1%) และลดลงตามลำดับใน ampulla (51.8%), isthmus (39.9%) และมีเปอร์เซนต์ ciliated cell น้อยที่สุดใน intramural (28.1%) ในระหว่างรอบประจำเดือน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ciliated cell และ secretory cell น้อย แต่พบการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและความสูงของ epithelium ในระหว่างรอบประจำเดือนได้พอสมควรคือระยะ early proliferative นั้น epithelium มีความสูงไม่มาก (ค่าเฉลี่ย 16 ไมโครเมตร) เรียงตัวเป็นชั้นเดียว ต่อมาระยะ mid proliferative และ early secretory ความสูงของ epithelium มากขึ้น (ค่าเฉลี่ย 25 และ 26 ไมโครเมตร ตามลำดับ) อีกทั้งพบว่าเซลล์เรียงตัวในลักษณะคล้าย pseudostratified ระยะ mid secretory ความสูงของ epithelium เริ่มลดลง (ค่าเฉลี่ย 23 ไมโครเมตร) free surface ของ secretory cell ดันตัวเข้าไปใน lumen เป็นรูป dome. ในระยะ late secretory พบว่า epithelium มีความสูงใกล้เคียงกับของ early proliferative (ค่าเฉลี่ย 18 ไมโครเมตร) นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบทางเคมีภายใน epithelium ในระหว่างรอบประจำเดือนด้วย คือพบปริมาณ glycogen ใน ciliated cell มากที่สุดในระยะ mid proliferative และ มีปริมาณลดลงในระยะ early และ mid secretory ความหนาและการจัดเรียงตัวของใยกล้ามเนื้อในชั้น muscularis ก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนคือ infundibulum และ ampulla มี muscularis บาง เรียงตัวเป็น 2 ชั้น ชั้นใน แบบเป็นวงรอบท่อนำไข่ (inner circular) ชั้นนอกตามยาว ขนานกับท่อนำไข่ (outer longitudinal) ส่วน isthmus มีชั้นกล้ามเนื้อหนา เรียงตัว 3 ชั้นคือ inner longitudinal, middle circular และ outer longitudinal ส่วน intramural ก็มี 3 ชั้นเช่นเดียวกับใน isthmus แต่ชั้นนอกจะรวมต่อเนื่องไป กับชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก (myometrium). |
| บรรณานุกรม | : |
หทัยรัตน์ เครือไวศยวรรณ . (2539). การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของท่อนำไข่มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หทัยรัตน์ เครือไวศยวรรณ . 2539. "การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของท่อนำไข่มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หทัยรัตน์ เครือไวศยวรรณ . "การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของท่อนำไข่มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. หทัยรัตน์ เครือไวศยวรรณ . การศึกษาจุลกายวิภาคศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของท่อนำไข่มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบระดู. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
