| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินระดับความพอเพียงของข้าวเพื่อการบริโภคของชุมชน บนที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิธีเชิงบูรณาการ |
| นักวิจัย | : | พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4653 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินระดับความ พอเพียงของข้าวสำหรับบริโภคของชุมชนบนที่สูงในสภาวะการณ์ ที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่อย่าง จำกัด ได้ทำการคัดเลือกหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน คือวัดจันทร์ เด่น หนองเจ็ดหน่วยและห้วยบงในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยวัดจันทร์ จังหวัด เชียงใหม่เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษา โดยชุมชนนี้เป็นชุมชนกะเหรี่ยง มีประชากรทั้งหมด 1,495 คน ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ใช้ในการศึกษา ได้มาจากการแปลภาพ ถ่ายทางอากาศของปี พ.ศ.2497 และปี พ.ศ.2526 ภาพถ่าย เหล่านี้ได้รับการนำเข้าเป็นข้อมูลดิจิตอลโดยวิธีการ Scanning และผ่านการปรับแก้ความคลาดเคลื่อนของภาพ ที่เกิดจากมุมกล้อง และความสูงต่ำของพื้นที่ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้านระบบ สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ที่มีชื่อว่า PhotoGIS และ ARC/INFO ในการปรับแก้นี้ต้องใช้จุดควบคุมภาคสนามที่สามารถ ระบุพิกัดได้ถูกต้อง (GCP) ซึ่งได้จากการสำรวจภาคสนามร่วมกับ เครื่องมือระบุตำแหน่งโดยอาศัยสัญญาณจากดาวเทียม (GPS) นอกจากนี้ยังต้องอาศัยแบบจำลองสภาพพื้นผิวภูมิประเทศ (TIN) ในการปรับแก้ความคลาดเคลื่อนด้วย หลังจากนั้นได้ทำการต่อภาพ แต่ละภาพเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ภาพทั้งหมดของพื้นที่ที่ศึกษาที่มี ความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด จากนั้นได้ทำการแปรภาพที่ได้ปรับแก้แล้วบนจอคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละปี พบว่าประเภทการ ใช้ที่ดินต่างๆ ที่ปรากฎอยู่บนภาพ มีคุณลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน ใน ด้านอัตราส่วนทรงเรียว (thinness ratio) ความเรียบและ หยาบของเนื้อภาพ (diversity or entropy) และค่าความ สว่างของภาพ (DN value) พบว่าพื้นที่นาข้าวที่ปรากฎบนภาพมี ค่า thinness ratio และ diversity ต่ำกว่าประเภทการ ใช้ประโยชน์ที่ดินแบบอื่นๆ แต่มีค่าความสว่างมากที่สุด การสร้าง แผนที่อาศัยการลากเส้นบนจอภาพตามประเภทการใช้ประโยชน์ ที่ดินที่แปลความหมายแล้ว ได้นำแผนที่ที่สร้างจากภาพ ปี พ.ศ. 2497 และ พ.ศ.2526 นี้ ไปวิเคราะห์ร่วมกับแผนที่การใช้ที่ดิน ปี พ.ศ.2537 ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมโดยการศึกษา ที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ได้ใช้โปรแกรม IDRISI ซึ่งเป็น ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ชนิด Raster ในการวิเคราะห์ จากการวิเคราะห์พบว่ามีการขยายตัวของพื้นที่นาข้าวจาก 74 เฮคตาร์ในปี พ.ศ.2497 เป็น 148 เฮคตาร์ ในปี พ.ศ. 2526 และเพิ่มขึ้นเป็น 206 เฮคตาร์ ในปี พ.ศ.2537 พื้นที่ ข้าวไร่ค่อนข้างจะคงที่ และพื้นที่ไร่หมุนเวียนมีการขยายตัวไม่ มากนัก ส่วนพื้นที่ป่าได้ลดลงทั้งหมดประมาณ 700 เฮคตาร์ กลายไปเป็นพื้นที่นาข้าว พื้นที่ไร่เลื่อนลอย พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ การศึกษานี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างผลผลิตข้าวเพื่อประมาณ ค่าผลผลิตเฉลี่ยของข้าว พบว่ามีค่าค่อนข้างสูง ทำให้การประเมิน ค่าความสามารถในการรองรับความต้องการของชุมชนสูง ซึ่ง แสดงว่าชุมชนผลิตข้าวได้พอเพียง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ การประเมินโดยวิธีการใช้แบบสอบถามพบว่า ชุมชนนี้อยู่ใน สภาวะการขาดแคลนข้าวประมาณ 18 เปอร์เซนต์ ดังนั้นจึง ได้ทำการปรับค่าผลผลิตเฉลี่ยโดยพิจารณาถึงการสูญเสียของ ผลผลิตที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว รวมทั้งความต้องการข้าวในกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากใช้เป็น อาหารประจำวัน แล้วทำการวิเคราะห์ใหม่ พบว่าค่าความ สามารถในการรองรับความต้องการของชุมชนนั้นใกล้เคียง กับจำนวนประชากรของชุมชน นอกจากนี้ผลสรุปจากแบบสอบถามบ่งชี้ว่า ชาวบ้าน ในชุมชนนี้มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้าวที่ผ่านมาในอดีต หลายประการ เช่น ทำการรับจ้างในพื้นที่ (87%) ขอยืมจาก ธนาคารข้าว (65%) ขายสัตว์เลี้ยง (51%) ขอยืมจากเครือ ญาติ (47%) และปลูกพืชเศรษฐกิจ (43%) มีเพียง 29% ของครัวเรือนตัวอย่างเท่านั้นที่ได้พยายามเพิ่มผลผลิตข้าว โดยอาศัยการขยายพื้นที่ปลูกข้าวและใช้ปุ๋ย อย่างไรก็ตามจากการทดลองวิเคราะห์เปรียบเทียบ จำนวนประชากรและขีดความสามารถในการรองรับความ ต้องการข้าวของชุมชนระหว่างปี พ.ศ.2497 จนถึง พ.ศ. 2537 พบว่าชุมชนมีการปรับตัวโดยขยายพื้นที่ปลูกข้าวให้ สามารถรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดมา ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการขยายพื้นที่นาดำไม่ใช่การขยายพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย การศึกษานี้ยังได้ทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยใช้ ผลผลิตข้าวนาดำ ที่อัตรา 3.0 และ 3.4 ตันต่อเฮคตาร์ ที่ได้จากการคัดเลือกพันธุ์และการจัดการที่ดี จากรายงาน การศึกษาอื่นที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ศึกษาเดียวกัน พบว่า สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการ ข้าวของประชากรที่เพิ่มขึ้นได้ 1,973 คน และ 2,405 คน (คำนวณจากอัตราเพิ่มของประชากร 2%) จนถึงปี พ.ศ. 2551 และ พ.ศ.2561 ตามลำดับ ดังนั้นควรคำนึงถึงกิจกรรม เสริมรายได้อื่น เช่น การปลูกผักและผลไม้เมืองหนาว รวมถึง อุตสาหกรรมครัวเรือนขนาดย่อม ซึ่งจะเป็นวิถีทางที่จะช่วย จัดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการ ของชุมชนบนที่สูงที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ . (2539). การประเมินระดับความพอเพียงของข้าวเพื่อการบริโภคของชุมชน บนที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิธีเชิงบูรณาการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ . 2539. "การประเมินระดับความพอเพียงของข้าวเพื่อการบริโภคของชุมชน บนที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิธีเชิงบูรณาการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ . "การประเมินระดับความพอเพียงของข้าวเพื่อการบริโภคของชุมชน บนที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิธีเชิงบูรณาการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ . การประเมินระดับความพอเพียงของข้าวเพื่อการบริโภคของชุมชน บนที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิธีเชิงบูรณาการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
