ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว
นักวิจัย : ชลิต เขาวงศ์ทอง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4620
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้และอุณหภูมิ ต่อคุณภาพกล้วยไข่หลังการเก็บเกี่ยว ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ขั้นตอน ตอนที่ 1 เป็นการศึกษาหาชนิดของสารเคลือบผิวที่ บริโภคได้ชนิดต่างๆ ที่เหมาะสม โดยใช้สารละลายแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด แป้งถั่วเขียว ความเข้มข้น 1, 3 และ 5 เปอร์เซ็นต์ สารละลายกลุ่มแป้งทดลองโดยการต้มแป้ง จนเดือดแล้วทิ้งไว้ให้แป้งมีอุณหภูมิลดลงเท่ากับอุณหภูมิห้องก่อน นำไปใช้เคลือบผิวผลกล้วยไข่โดยวิธีการจุ่มสารละลาย แซนแธนกัม ผงวุ้น ความเข้มข้น 0.5, 1 และ 1.5 เปอร์เซ็นต์ เคลือบผิวโดย การละลายในอุณหภูมิน้ำอุ่น ส่วน KD 112 (glucose fatty acid) เคลือบผิวโดยการนำมาละลายน้ำเย็น แล้วนำผลกล้วยไข่ จุ่มทั้งผลแล้วผึ่งให้แห้งเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังเคลือบผิวผล กล้วยไข่ด้วยน้ำมันถั่วลิสง น้ำมันปาล์ม น้ำมันข้าวโพด น้ำมัน ถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มผสม น้ำมันถั่วเหลือง โดยหยดน้ำมัน บริเวณผล 1 หยด (0.02 มิลลิลิตร) แล้วใช้พู่กันทาจนทั่วผิว เปรียบเทียบกับผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้เคลือบผิว ผลการทดลองพบ ว่าผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยแป้งข้าวเหนียว 5 เปอร์เซ็นต์ แซนแธนกัม 0.5 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันปาล์ม น้ำมันข้าวโพดและ น้ำมันถั่วลิสงมีการสูญเสียน้ำหนักสดน้อยกว่าและชะลอการ เปลี่ยนแปลงสีผิวได้ดีกว่าผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้เคลือบผิว สารเคลือบผิวแซนแธนกัมเมื่อเคลือบผิวผลกล้วยไข่แล้ว มีลักษณะเหนียว สารเคลือบผิวกลุ่มน้ำมันพืชเมื่อเคลือบผิวผล กล้วยไข่ นอกจากจะมีความเหนียวแล้วยังมีความเป็นมันเงา ส่วนสารละลายวุ้นไม่เหมาะสมในการนำมาใช้เคลือบผิวผล กล้วยไข่เนื่องจากเมื่อเคลือบผิวแล้ว สารเคลือบผิวจะแตก และหลุดลอกออกเป็นแผ่น ตอนที่ 2 เป็นการศึกษาสารเคลือบผิวผลกล้วยไข่ที่ให้ ผลดีในการทดลองตอนที่ 1 มาทดลองเพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม ต่อการเคลือบผิวผลกล้วยไข่โดยใช้สารละลายแป้งข้าวเหนียว 5 เปอร์เซ็นต์ สารละลายแซนแธนกัม 0.5 เปอร์เซ็นต์ น้ำมัน ปาล์ม 0.02, 0.06, 0.1 มิลลิลิตร น้ำมันข้าวโพด 0.02, 0.06, 0.1 มิลลิลิตร และน้ำมันถั่วลิสง 0.02, 0.06, 0.1 มิลลิลิตร นำผลกล้วยไข่ที่ผ่านการเคลือบผิวแล้วไปเก็บรักษาที่ อุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ผลการทดลองพบว่า สารเคลือบผิวผลกล้วยไข่ชนิดต่างๆ มีผลชะลอการสุกของผล กล้วยไข่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับผลที่ไม่ได้เคลือบผิวซึ่งผล กล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสง 0.06 มิลลิลิตร สุกภายใน 15.6 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับผลที่ไม่ได้ใช้สารเคลือบผิวมี จำนวนวันในการสุกเพียงแค่ 8.4 วัน ความแน่นเนื้อของผล กล้วยไข่จากทุกวิธีการทดลองลดลงเมื่อเก็บรักษานานขึ้น ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้จากทุกวิธีการเพิ่มขึ้นเมื่อผล กล้วยไข่เริ่มสุกและลดลงเมื่อผลกล้วยไข่เริ่มเสื่อมสภาพ เมื่อเก็บรักษาได้ 8 วัน การเคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสง 0.1 และ 0.06 มิลลิลิตร พบโรคปรากฎขึ้นเพียงเล็กน้อย ที่บริเวณผิวเปลือกผลกล้วยไข่ในวันที่ 18 ของการเก็บรักษา ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยแป้งข้าวเหนียว 5 เปอร์เซ็นต์ และผลที่ไม่ได้เคลือบผิวมีกลิ่นและรสชาติผิดปกติ ตอนที่ 3 เป็นการศึกษาหาวิธีการเคลือบผิวที่เหมาะสม โดยเปรียบเทียบการเคลือบผิวผลกล้วยไข่ด้วยน้ำมันถั่วลิสง โดยการจุ่มผลโดยการใช้พู่กันและเปรียบเทียบวิธีการทำให้ แห้งโดยการเป่าด้วยลมร้อน (32 องศาเซลเซียส) กับเป่า ด้วยพัดลม (สภาพอุณหภูมิห้อง) แล้วนำกล้วยไข่จากทุกวิธีการ ที่ผ่านการเคลือบผิวแล้วไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสงโดย การจุ่มผลและทำให้แห้งโดยการเป่าด้วยพัดลมสุกภายใน 15.8 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้ใช้สารเคลือบผิวมี จำนวนวันในการสุกเพียงแค่ 8.6 วัน ความแน่นเนื้อของผล กล้วยไข่จากทุกวิธีการทดลองลดลงเมื่อเก็บรักษานานขึ้นเมื่อ ผลกล้วยไข่เริ่มสุกปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ในทุกกรรมวิธี จะเพิ่มขึ้นและลดลงเมื่อผลกล้วยไข่เริ่มเสื่อมสภาพเมื่อเก็บ รักษาได้ 8 วัน ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวโดยการจุ่มผลและทำ ให้แห้งโดยการเป่าด้วยพัดลม พบโรคปรากฎเพียงเล็กน้อยที่ บริเวณผิวเปลือกผลกล้วยไข่ ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวและไม่ได้ เคลือบผิว มีรสชาติไม่แตกต่างกัน ตอนที่ 4 เป็นการศึกษาผลของการเคลือบผิวผลกล้วยไข่ ด้วยน้ำมันถั่วลิสง Sta-fresh 7055 (water soluble emulsion wax) 1% แล้วนำมาเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส และ 20 องศาเซลเซียส ต่อการเปลี่ยนแปลง สีผิวเปลือกจากสีเขียวเป็นสีเหลืองอัตราการหายใจการผลิต เอทธิลีนและการเกิดโรคของผลกล้วยไข่หลังการทดลองพบว่า ภายหลังการเก็บรักษานาน 10 วัน ที่อุณหภูมิเก็บรักษา 20 องศาเซลเซียส ผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้เคลือบผิวมีอัตราการหายใจ สูงสุดเท่ากับ 56.07 ไมโครลิตร CO(,2)/กก.ชม. รองลงมา ได้แก่ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิว ด้วย Sta-fresh 7055 1% และ น้ำมันถั่วลิสงเท่ากับ 34.22 และ 27.45 ไมโครลิตร CO(,2)/กก.ชม. ส่วนที่อุณหภูมิเก็บรักษา 10 องศาเซลเซียส ผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้ เคลือบผิว เคลือบผิวด้วย Sta-fresh 7055 1% และเคลือบ ผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสง มีอัตราการหายใจ เท่ากับ 32.21, 24.74 และ 21.34 ไมโครลิตร CO(,2)/กก.ชม. ตามลำดับ ผลกล้วยไข่ ที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสงและเคลือบผิวด้วย Sta-fresh 7055 1% มีอัตราการหายใจต่ำกว่าผลที่ไม่ได้ใช้สารเคลือบผิว ผล กล้วยไข่จากทุกวิธีการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส มีอัตราการหายใจต่ำกว่าผลกล้วยไข่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เมื่อเก็บรักษานาน 17 วัน ผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้ เคลือบผิวเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ผลิตก๊าซ เอทธิลีนมากที่สุดเท่ากับ 0.33 ไมโครลิตร C(,2)H(,4)/กก.ชม. และน้อยที่สุดคือผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสงเก็บ รักษาที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส เท่ากับ 0.0028 ไมโครลิตร C(,2)H(,4)/กก.ชม. เมื่อเก็บรักษาได้ 13 วัน ผลกล้วยไข่ ที่ไม่ได้เคลือบผิวเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส มี สีผิวเป็นสีเหลืองมากที่สุด ผลที่เคลือบผิวด้วย Sta-fresh 7055 1% มีสีเหลืองปนเขียว ในขณะที่ผลที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสง สีผิวเปลือกยังมีสีเขียวอยู่ ผลที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสงเริ่ม สุกในวันที่ 19 ของการเก็บรักษา กล้วยไข่จากทุกวิธีการเก็บ รักษาที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส มีการเปลี่ยนแปลงสีผิวช้า กว่าที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และหลังจากเก็บรักษา 23 วัน ที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วย น้ำมันถั่วลิสงเปลี่ยนแปลงจากสีเขียวเป็นสีเปลืองเพียงเล็กน้อย และผลไม่สุก ผลกล้วยไข่ที่เคลือบผิวด้วยน้ำมันถั่วลิสงและ Sta- fresh 7055 1% มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคแอนแทรคโนสน้อย กว่าผลกล้วยไข่ที่ไม่ได้เคลือบผิว

บรรณานุกรม :
ชลิต เขาวงศ์ทอง . (2539). ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชลิต เขาวงศ์ทอง . 2539. "ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชลิต เขาวงศ์ทอง . "ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ชลิต เขาวงศ์ทอง . ผลของสารเคลือบผิวที่บริโภคได้ และอุณหภูมิต่อคุณภาพกล้วยไข่ หลังการเก็บเกี่ยว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.