ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน
นักวิจัย : สุริยา รักการศิลป์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4574
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 2 ประการ ด้วยกันคือ 1)เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของการใช้จ่ายเงิน ของเกษตรกรจากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน และ 2)เพื่อ วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร ในการใช้จ่ายเงินไปในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนทาง เศรษฐกิจ แนวความคิดทางทฤษฏีนั้นใช้แนวความคิดของ เจมส์ โทบิน ในเรื่องอุปสงค์การถือเงิน (Liquidity-Preference Theory) และการวิเคราะห์ดุลการถือทรัพย์สิน (Portfolio Balance Approach) ซึ่งบอกให้ทราบถึงดุลยภาพของการถือ ทรัยพ์สินประเภทเงินและหลักทรัพย์ที่มีความเหมาะสม ข้อมูล ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้จากการสุ่มตัวอย่างเกษตรกร ที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ 6 อำเภอรอบอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้แก่ อำเภอดอยสะเก็ด แม่ริม สันกำแพง สันทราย สารภี และหางดง โดยคัดเลือกตัวอย่างเกษตรกรจำนวน 150 ราย ตามสัดส่วนของประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ และ วิธีการคัดเลือกแบบมีวัตถุประสงค์ (Purposive Random Sampling) โดยกำหนดว่าจะต้องเป็นเกษตรกรและต้องมีการขาย ที่ดิน แบบจำลองเป็นสมการอุปสงค์ สร้างขึ้นโดยปัจจัยที่ สำคัญ 4 ประการ คือ 1)ผลตอบแทนที่ครัวเรือนจะได้รับจาก การถือทรัพย์สินนั้น 2)ความเสี่ยงที่ครัวเรือนจะได้รับจาก การถือทรัพย์สินนั้น 3)ระดับความกล้าเสี่ยง และ 4)งบประมาณที่ใช้ในการลงทุน ซึ่งนำมาดัดแปลงให้เป็น ตัวแปรทางเศรษฐกิจและสังคมได้ 8 ตัวแปร คือ 1)ผลตอบแทน การลงทุน 2)รายได้รวมจากการขายที่ดินครั้งแรก 3)รายได้ รวมจากการประกอบอาชีพ 4)ระดับการศึกษา 5)จำนวนสมาชิกใน ครัวเรือน 6)อายุของหัวหน้าครัวเรือน 7)มูลค่าทรัพย์สิน ที่มีอยู่ก่อนขายที่ดิน และ 8)ประสบการณ์ทำงานนอกเหนือ งานด้านการเกษตร นำมาสร้างเป็นสมการอุปสงค์ได้ 4 สมการ คือ 1)อุปสงค์ของเงินฝากธนาคาร 2)อุปสงค์ในการซื้อ ที่ดินใหม่ 3)อุปสงค์เพื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในรูป กำไร และ 4)อุปสงค์ในการออกเงินให้เพื่อนบ้านหรือญาติ พี่น้องกู้เพื่อผลตอบแทนดอกเบี้ย วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ในงานศึกษาครั้งนี้ใช้ค่าความถี่ร้อยละ ประกอบการพรรณา ความ และใช้วิธีการวิเคราะห์สมการถดถอย (Multiple Regression Analysis) เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยสำคัญที่เป็น เครื่องกำหนดพฤติกรรมในการลงทุนของเกษตรกร สมมติฐาน ของงานวิจัยคือ รายได้จากการขายที่ดิน ผลตอบแทนที่จะ ได้รับจากการตัดสินใจลงทุน และฐานะทางเศรษฐกิจเดิมของ เกษตรกร มีอิทธพลต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนของเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่าปีที่มีการขายที่ดินมากที่สุดคือปี พ.ศ 2532 โดยมีสาเหตุสำคัญอยู่ 2 ประการคือ สภาพแวดล้อม ไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบอาชีพทางเกษตรอีกต่อไป และ เกษตรกรต้องการได้รายได้จากการขายที่ดิน ซึ่งมีราคาสูง ขึ้นอย่างรวดเร็ว เงินที่ได้รับจากการขายที่ดินนั้นถูก นำไปใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ตามลำดับดังนี้ คือ นำฝาก ธนาคารเพื่อหวังผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเงินฝาก ซื้อที่ดิน แปลงใหม่ ซื้อเครื่องใช้ภายในบ้านและให้เงินแก่ลูกหลาน ซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ลงทุนเปิดร้านค้าหรือ ซื้อรถยนต์รับส่งผู้โดยสาร ให้เงินกู้แก่เพื่อนบ้านหรือ ญาติพี่น้อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการใช้จ่ายเงินของเกษตรกร ส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้จ่ายเงินเพื่อทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ถึงแม้จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าก็ตาม กิจกรรมที่มีความ สำคัญต่อรายจ่ายประการหนึ่งของเกษตรกรคือการใช้จ่ายเงิน ไปเพื่อการบริโภค หรือเป็นการลงทุนทางอ้อม ได้แก่การ สร้างบ้านและการซื้อเครื่องใช้ภายในบ้าน ผลกระทบที่ เกิดจากการขายที่ดินของเกษตรกรพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มี มาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น มีหนี้สินน้อยลง เกษตรกรน้อย รายย้ายถิ่นฐานที่อยู่ ในเรื่องของการประกอบอาชีพ จำนวน หนึ่งในสามของเกษตรกรที่ให้สัมภาษณ์ได้เปลี่ยนอาชีพใหม่ โดยส่วนใหญ่เปลี่ยนไปประกอบอาชีพซึ่งเคยทำเป็นงานพิเศษ ก่อนที่จะมีการขายที่ดิน นอกจากการประกอบอาชีพดังกล่าว แล้ว เกษตรกรบางรายเปิดร้านค้าและขับรถยนต์รับจ้าง มี เกษตรกรน้อยรายที่เปลี่ยนอาชีพเป็นผู้รับจ้างทั่วไป และพบว่าผู้ซื้อนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ เก็งกำไร ให้ผู้ขายใช้และให้เช่าตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ใช้เงินลงทุนของเกษตรกร พบว่าตัวแปร สำคัญที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจเลือกประเภทการลงทุนของเกษตรกร คือ 1)รายรับจากการขายที่ดิน 2)ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการ ลงทุนประเภทต่าง ๆ 3)ฐานะทางเศรษฐกิจเดิมของเกษตรกร ก่อนขายที่ดิน 4)ประสบการณ์ทำงานนอกฟาร์ม และ 5)อายุ ของเกษตรกร สมการการลงทุนฝากเงินในธนาคารนั้นสอดคล้อง กับสมมติฐานที่ตั้งไว้ สมการตัดสินใจลงทุนซื้อที่ดินนั้น ฐานะเดิมของเกษตรกรไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ แต่มี ตัวแปรประสบการณ์นอกฟาร์มเข้ามามีอิทธิพล สมการการลงทุน ซื้อรถยนต์โดยสารหรือเปิดร้านค้านั้น รายรับจากการขาย ที่ดินไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ แต่มีปัจจัยอายุเข้า มามีอิทธิพล ดังนั้นสมาการการลงทุน 2 ประเภทหลัง ไม่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

บรรณานุกรม :
สุริยา รักการศิลป์ . (2538). พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุริยา รักการศิลป์ . 2538. "พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุริยา รักการศิลป์ . "พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
สุริยา รักการศิลป์ . พฤติกรรมการลงทุนของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ จากรายรับที่ได้จากการขายที่ดิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.