ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน
นักวิจัย : ศานิต อ่อนเปี่ยม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4547
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา เปรียบเทียบความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ และปริมาณการใช้ ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนที่มีผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความสนใจใน วิทยาศาสตร์ในระดับต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2537 จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้การสุ่ม แบบชั้นภูมิ จำนวน 474 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดความสนใจในวิทยาศาสตร์ แบบวัดความเข้าใจในการ ประยุกต์ใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน และแบบ สำรวจปริมาณการใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบ 2 ทาง ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความ สนใจในวิทยาศาสตร์ มีปฏิสัมพันธ์กับคะแนนความเข้าใจในการ ประยุกต์ใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อทดสอบความแตกต่าง เป็นรายคู่โดยวิธีของเชฟเฟ พบว่า1.1 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับสูง และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับ สูงหรือปานกลางมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจในการ ประยุกต์ใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางหรือต่ำ ไม่ว่าจะมีความสนใจใน วิทยาศาสตร์ในระดับใดก็ตาม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .011.2 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางและมีความสนใจใน วิทยาศาสตร์ในระดับสูงหรือปานกลาง มีค่าเฉลี่ยของคะแนน ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิต ประจำวัน แตกต่างจากนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางและมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .011.3 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ ในระดับปานกลางและมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับสูงหรือ ปานกลาง มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจใน การประยุกต์ใช้ ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน แตกต่างจาก นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับต่ำ และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ใน ระดับปานกลางหรือต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .011.4 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางและมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ใน ระดับสูง มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจวัน แตกต่างจากนักเรียน ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับต่ำ และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .051.5 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางและมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่ำ มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจในการประยุกต์ ใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน แตกต่างจาก นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ใน ระดับต่ำ และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับปานกลาง อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และมีความ สนใจในวิทยาศาสตร์ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคะแนนปริมาณการใช้ ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณาการทดสอบหลัก (Main Effect) พบว่า2.1 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับต่างกัน จะมีคะแนนปริมาณการใช้ความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อทดสอบความแตกต่างของ ค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยวิธีของเชฟเฟ พบว่า 2.1.1 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์างการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับสูงจะมีค่าเฉลี่ยของคะแนนปริมาณการใช้ ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันแตกต่างจากนักเรียน ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับปานกลาง และต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2.1.2 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางจะมีค่าเฉลี่ยของคะแนนปริมาณ การใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันแตกต่างจาก นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ใน ระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .012.2 นักเรียนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับ ต่างกันจะมีคะแนนปริมาณการใช้ความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ใน ชีวิตประจำวันแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดย วิธีของเชฟเฟ พบว่า 2.2.1 นักเรียนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับ สูงจะมีค่าเฉลี่ยของคะแนนปริมาณการใช้ความรู้วิชา วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันแตกต่างจากนักเรียนที่ความ สนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับปานกลางและต่ำ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 2.2.2 นักเรียนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับ ปานกลาง จะมีค่าเฉลี่ยของคะแนนปริมาณการใช้ความรู้วิชา วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันแตกต่างจากนักเรียนที่มีความ สนใจในวิทยาศาสตร์ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01

บรรณานุกรม :
ศานิต อ่อนเปี่ยม . (2538). ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศานิต อ่อนเปี่ยม . 2538. "ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศานิต อ่อนเปี่ยม . "ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
ศานิต อ่อนเปี่ยม . ความสามารถในการนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวิต ประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิทยาศาสตร์ ในระดับต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.