| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนคติของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อพฤติกรรม ทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | คมสัน ยอดสุทธิ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4371 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมทางการ บริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ คณบดีและ หัวหน้าภาควิชาในด้านกิจสัมพันธ์ (Initiating Structure) และด้านมนุษยสัมพันธ์ (Consideration) และศึกษาผลของ พฤติกรรมทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มีผลกระทบ ต่อขวัญของอาจารย์ละข้าราชการ รวมทั้งมูลเหตุจูงใจของ ผู้บริหารที่ส่งผลต่อพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง ประชากรกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยประกอบด้วย อาจารย์ และข้าราชการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 437 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามพฤติกรรมทางการ บริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ วิธีการทางสถิติ โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficients) และ การวิเคราะห์ถดถอยพหุ (Multiple Regression Analysis) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมทางการบริหารของผู้บริหาร มหาวิทยาลัยมีพฤติกรรมทางการบริหารในด้านกิจสัมพันธ์และ ด้านมนุษยสัมพันธ์อยู่ในระดับมาก ขวัญของอาจารย์และ ข้าราชการโดยส่วนรวมมีระดับขวัญดี ความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรมทางการบริหารของผู้บริหารกับขวัญของอาจารย์ และข้าราชการเป็นไปในทางบวก ซึ่งหมายความว่ามีความ สัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ผลของพฤติกรรมทางการบริหาร ของผู้บริหารที่มีผลกระทบต่อขวัญของอาจารย์และข้าราชการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยประชากรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ได้เสนอความเห็นว่ามูลเหตุจูงใจที่สำคัญให้ผู้บริหารแสดง ระดับพฤติกรรมทางการบริหารก็เพราะว่าบุคคลที่เข้ามาดำรง ตำแหน่งผู้บริหารนี้เป็นลักษณะของการสรรหาหรือเลือกตั้ง เข้ามา ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้ามาทำหน้าที่ผู้บริหารก็ มักมีการเสนอตัวพร้อมทั้งนโยบายที่จะเข้ามาบริหารงาน ซึ่งเมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารแล้ว จึงจำต้องแสดง พฤติกรรมทางการบริหารทั้งสองด้านออกมา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพฤติกรรมทางการบิรหารของผู้บริหารทั้งด้าน กิจสัมพันธ์และด้านมนุษยสัมพันธ์จะอยู่ในระดับมาก ประชากรกลุ่มตัวอย่างก็ได้เสนอแนะว่า เนื่องจากผู้บริหาร ที่มาจากตำแหน่งอาจารย์ ซึ่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์ทาง การบริหารมากน้อยแตกต่างกัน ดังนั้นพฤติกรรมทางการบริหาร ของผู้บริหารทั้งสองด้านนี้มีส่วนที่สมควรปรับปรุงแก้ไข ก็คือ ด้านกิจสัมพันธ์ ผู้บริหารควรมีนโยบายและแผนการ ดำเนินงานที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน การทำงานควรเป็นไปตาม นโยบายและเป้าหมายที่วางไว้ และควรมีการติดตามประเมิน ผลงานเป็นระยะ การมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควร มอบหมายงานให้ตรงตามตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การ ติดต่อสื่อสารควรเป็นลักษณะสองทางและยอมรับฟังความคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจากผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับ บัญชา และเมื่อยอมรับฟังความคิดเห็นแล้วก็ควรนำไปปฏิบัติ ด้านมนุษยสัมพันธ์ ผู้บริหารควรมีความจริงใจต่อ ผู้ร่วมงาน ไม่ควรมีอคติและความลำเอียง ไม่ควรใช้อำนาจ ที่มีอยู่คอยกลั่นแกล้งผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชา การสร้างมนุษยสัมพันธ์ควรมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้ บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ไม่ทำการในลักษณะเล่นพรรคเล่น พวก ผู้บริหารไม่ควรแสดงหรือมีพฤติกรรม ด้านมนุษยสัมพันธ์ กับผู้ร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไปในทางชู้สาว |
| บรรณานุกรม | : |
คมสัน ยอดสุทธิ . (2538). ทัศนคติของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อพฤติกรรม ทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คมสัน ยอดสุทธิ . 2538. "ทัศนคติของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อพฤติกรรม ทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คมสัน ยอดสุทธิ . "ทัศนคติของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อพฤติกรรม ทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. คมสัน ยอดสุทธิ . ทัศนคติของบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อพฤติกรรม ทางการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
