ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : อำไพ สงค์ศิริ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4337
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเหตุผล ในการนำไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งใน จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อศึกษาถึงการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้ง เพื่อศึกษาปัญหาการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สัมภาษณ์ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่เฉพาะ ที่ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ซึ่งแบ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่ดำเนินการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัด จำนวนทั้งสิ้น 115 ราย โดยแยกลักษณะการดำเนินธุรกิจเป็น 3 ประเภทคือ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง และ ธุรกิจปลีก และส่ง ผลการศึกษาพบว่า เหตุผลโดยรวมในการนำไมโคร คอมพิวเตอร์มาใช้ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำคัญคือ ไมโครคอมพิวเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้เป็น จำนวนมาก ไมโครคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและ รวดเร็ว รวมทั้งธุรกิจต้องการใช้การใช้เทคโนโลยี ที่ก้าวหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร เมื่อแยกรายธุรกิจพบว่าในธุรกิจค้าปลีก และ ธุรกิจค้าปลีก และค้าส่ง ส่วนมากมีเหตุผลคือ ไมโครคอมพิวเตอร์สามารถเก็บ ข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก แต่ธุรกิจค้าส่งมีเหตุผลในการนำ ไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้เนื่องจากไมโครคอมพิวเตอร์สามารถ ทำงานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่ จากการศึกษา พบว่าธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง และธุรกิจค้าปลีกและ ค้าส่งใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในงานทางด้านบัญชีมากกว่างาน ด้านอื่น ๆ งานที่ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์รองลงมาคือ งานทาง ด้านธุรการ งานทางด้านการบริหารงานบุคคล งานทางด้าน การตลาด และงานทางด้านการเงิน ตามลำดับเมื่อแยกรายธุรกิจ พบว่าธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ในงานด้านบัญชี โดยส่วนมากใช้ในการควบคุมสินค้าคงคลัง และใช้พิมพ์ใบส่งสินค้า ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ส่วน ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ส่วนมากใช้สำหรับการควบคุมสินค้า คงคลังแต่เพียงอย่างเดียว ปัญหาโดยรวมในการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ของธุรกิจ ค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่จากการศึกษาพบว่า ส่วนมาก มีปัญหาทางด้านบุคลากรรองลงมาคือปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ และปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ ตามลำดับ สำหรับปัญหาด้าน บุคลากรที่พบมาก ได้แก่ บุคลากรขาดความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ การทดสอบสมมุติฐานพบว่า 1. ยอมรับสมมุติฐานที่ว่า ธุรกิจ ค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดเชียงใหม่ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในงาน ด้านบัญชีมากกว่างานทางด้านอื่น 2. ปฏิเสธสมมุติฐานที่ว่า ปัญหาในการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์แตกต่างกันในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบุคลากร เพราะธุรกิจโดยรวมพบปัญหาที่เหมือน กันคือปัญหาทางด้าน บุคลากร รองลงมาได้แก่ ปัญหาทางด้าน ซอฟต์แวร์ และปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ ตามลำดับ ดังนั้นการ ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่งให้มี ประสิทธิภาพนั้นควรจะพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากร ภายในในธุรกิจให้มีคุณภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
อำไพ สงค์ศิริ . (2538). การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อำไพ สงค์ศิริ . 2538. "การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อำไพ สงค์ศิริ . "การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
อำไพ สงค์ศิริ . การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ในจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.