ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : เสวียน เปรมประสิทธิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=3920
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ทำการศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ ระหว่างสังคมพืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปี พ.ศ. 2535-2537 โดยเลือกสังคมป่าเต็งรังที่มีไม้เด่น สี่ชนิดคือ ไม้เต็ง (Shorea obtusa) ไม้รัง (S. siamensis) ไม้เหียง (Dipterocarpus obtusifolius) และไม้พลวง (D. tuberculatus) โดยใช้แปลงทดลองที่มีขนาด 40 ม. x 40 ม. จำนวน 48 แปลง พบว่า ดัชนีความสำคัญทางนิเวศของไม้เต็ง รัง เหียงและพลวงในสังคมพืชทั้งสี่ชนิดมีค่าสูง ซึ่งผันแปรอยู่ใน ช่วง 105-117 แต่มีค่าดัชนีความสำคัญทางนิเวศสัมพันธ์เท่ากับ 35-39 % ของพันธุ์ไม้ทั้งหมด สำหรับความหนาแน่นเฉลี่ยของ พันธุ์ไม้ทั้งหมดในสังคมพืชทั้งสี่มีความแตกต่างกันอย่างเด่นชัด ในสังคมพืชป่าที่มีไม้รังเด่นมีความหนาแน่นมากที่สุด ซึ่งสูงถึง 205 ต้น/ไร่ รองลงมาคือป่าที่มีไม้เต็ง ไม้พลวงและไม้เหียง เด่น ซึ่งมีค่า 123, 107 และ 72 ต้น/ไร่ ตามลำดับ แต่ผล รวมของพื้นที่หน้าตัดของลำต้นที่ความสูงระดับอกมีค่าสูงที่สุดใน ป่าไม้เหียงเด่น ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.60 ตร.ม./ไร่ ส่วนสังคมพืช ที่เหลือมีต่ำกว่าและไม่แตกต่างกัน (1.34-1.44 ตร.ม./ไร่) ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ในแต่ละสังคมพืชแตกต่างกัน เล็กน้อย โดยมีค่า Shannon-Wiener Index (SWI) ผันแปร อยู่ระหว่าง 2.94-3.67 สังคมพืชที่มีไม้รังเด่นมีลักษณะแตกต่าง จากสังคมพืชอีกสามชนิด โดยมีค่าความคล้ายคลึงกันกับสังคมพืช ทั้งสาม 39-47% ส่วนสังคมป่าที่มีไม้เต็ง ไม้เหียงและไม้พลวง เด่นมีค่าความคล้ายคลึงกันของสังคมพืชมากกว่า ซึ่งมีค่าประมาณ 80% ดินในสังคมพืชที่มีไม้รังเป็นไม้เด่นเป็นดินใหม่ (Entisols) มีการพัฒนาของชั้นดินน้อย ซึ่งมีลักษณะเป็นดินตื้น (น้อยกว่า 50 ซม.) เนื้อดินร่วนปนทราย (sandy loam) และมีปริมาณกรวดสูงถึง 48-56% ส่วนดินในสังคมที่มีไม้เต็งเป็นไม้เด่นนั้น เป็นดินที่ลึก กว่า (50-80 ซม.) และเริ่มมีการพัฒนาของชั้นดิน (Inceptisols) ดินมีเนื้อหยาบเช่นเดียวกันและมีปริมาณกรวด 39-62% สำหรับ ดินในป่าที่มีไม้เหียงและไม้พลวงเป็นไม้เด่นนั้นมีการพัฒนาของ ชั้นดินมากกว่าดินในสังคมพืชที่กล่าวมาแล้ว ดินมีความลึก ประมาณ 100 ซม. หรือมากกว่า จึงจัดเป็นดิน Ultisols แต่เนื้อดินในป่าทั้งสองจะแตกต่างกัน พบว่าดินบนในป่าไม้เหียง เด่นที่ช่วงความลึก 0-35 ซม. เป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินล่าง เป็นดินเหนียว มีปริมาณกรวด 13-26% แต่ดินในป่าที่มีไม้พลวง เด่นนั้นเป็นดินเหนียวตลอดชั้นดินและมีปริมาณกรวด 10-12% ความอุดมสมบูรณ์ของดินในสังคมพืชทั้งสี่ชนิดมีความ แตกต่างกันอย่างมาก ดินในป่าเต็งรังที่มีไม้พลวงเด่นมีความ อุดมสมบูรณ์มากที่สุด รองลงมาคือดินในสังคมพืชที่มีไม้เหียง ไม้เต็งและไม้รังเด่น ตามลำดับ ในดินป่าที่มีไม้พลวงเด่นนั้น มีการสะสมของอินทรียวัตถุและไนโตรเจนสูงถึง 4 เท่าของ ดินในป่าที่มีไม้รังเด่น ซึ่งมีค่าเท่ากับ 142.6 และ 7.58 ตัน/ เฮกแตร์ ตามลำดับ ส่วนดินในป่าที่มีไม้เหียงเด่น มีปริมาณ ของอินทรียวัตถุและไนโตรเจน 106.7 และ 5.4 ตัน/เฮกแตร์ ตามลำดับ ในขณะที่ดินของป่าที่มีไม้เต็งเด่นนั้นมีปริมาณ อินทรียวัตถุและไนโตรเจนสูงกว่าในดินป่าที่มีไม้รังเด่นเพียง เล็กน้อย โดยมีค่าเท่ากับ 38.6 และ 2.0 ตัน/เฮกแตร์ ตามลำดับ ปฏิกิริยาของดินในสังคมพืชทั้งสี่ชนิด มีค่าเป็น กรด-กรดเล็กน้อย (pH 5.0-6.5) ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่าง ชัดเจน พบว่า pH ของดินจะผันแปรไปตามพื้นที่มากกว่า สำหรับความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC) ในดินป่าเต็งรังที่มีไม้พลวงเด่นมีค่าสูงเมื่อเปรียบเทียบกับ สังคมพืชทั้งสามที่เหลือ โดยเฉพาะในดินชั้นล่าง แต่ปริมาณ ของธาตุฟอสฟอรัสที่สามารถสกัดได้จากดินของสังคมพืชทั้งสี่ ชนิดนั้นพบว่ามีปริมาณต่ำมาก ดินในป่าที่มีไม้รังเด่นนอกจาก จะมีปริมาณของธาตุฟอสฟอรัสต่ำแล้วก็ยังมีปริมาณโปแตสเซี่ยม แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยมและโซเดี่ยมที่สามารถสกัดได้ต่ำ อีกด้วย ส่วนพื้นที่ป่าที่มีไม้เต็งเด่นนั้นมีปริมาณของโปตัสเซี่ยม แมกนีเซี่ยมและไข่เคี่ยมที่สามารถสกัดได้ปานกลาง แต่มีปริมาณ แคลเซี่ยมที่สามารถสกัดได้สูง ดินในป่าที่มีไม้เหียงและไม้พลวงเด่น มีปริมาณของโปแตสเซี่ยมและแมกนีเซี่ยมที่สามารถสกัดได้สูง แต่มีปริมาณของแคลเซี่ยมและโซเดียมที่สามารถสกัดได้ ปานกลาง ดังนั้นคุณสมบัติของดินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในสังคมพืชป่าเต็งรังทั้งสี่ชนิดนี้ อาจใช้บ่งบอกถึงคุณภาพ ของพื้นที่ลุ่มน้ำและใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการ จัดการลุ่มน้ำได้

บรรณานุกรม :
เสวียน เปรมประสิทธิ์ . (2537). การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสวียน เปรมประสิทธิ์ . 2537. "การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสวียน เปรมประสิทธิ์ . "การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
เสวียน เปรมประสิทธิ์ . การศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสังคม พืชในป่าเต็งรังกับคุณสมบัติของดิน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.