| ชื่อเรื่อง | : | การประกันสังคมสำหรับบุคคลทั่วไป : ผลกระทบของการขยาย ระบบประกันสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน |
| นักวิจัย | : | อารักษ์ พรหมมณี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=3825 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ บุคคลที่ประกอบอาชีพ และมีรายได้ประจำที่มิได้อยู่ในข่าย บังคับของการเป็นผู้ประกันตนโดยบังคับ ตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ.2533 มีขอบเขตการศึกษาเฉพาะในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อต้องการทราบถึง ทัศนคติ ความรู้ความเข้าใจ ของประชาชนทั่วไป ที่มีต่อระบบการประกันสังคมของรัฐ อีกทั้งยังต้องการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมและ ปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจที่จะเป็นผู้ ประกันตนโดยสมัครใจ เมื่อรัฐเปิดโอกาสให้ ตลอดจนต้องการ ทราบถึงสิทธิประโยชน์ตอบแทนต่าง ๆ ที่ต้องการจะได้รับ เพื่อจะนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดรูปแบบแนวทาง และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกันตนโดยสมัครใจได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ผู้ศึกษายังได้ทำการสัมภาษณ์ นักวิชาการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ การประกันสังคม เพื่อทราบถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่ รัฐจะขยายการประกันสังคมไปสู่บุคคลทั่วไปในปี พ.ศ.2537 นี้ด้วย จากผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ อาจสรุปผลโดยย่อ ดังนี้ 1. ในด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประกัน สังคม ประชาชนโดยทั่วไปยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่อง ของวิธีการและหลักการเกี่ยวกับการประกันสังคมอย่าง เพียงพอ จึงต้องการให้สำนักงานประกันสังคมจัดให้มีการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบมากกว่าที่เป็น อยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อประชาชนจะได้มีความรู้ความ เข้าใจในเรื่อง หลักเกณฑ์ของการประกันสังคมอย่างแท้จริง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความคิดว่ากลัวจะถูกหลอกลวง เหมือนการประกันภัยเอกชน 2. ในด้านความพร้อมของประชาชน ประชาชนทั่วไปยังมี ความพร้อมที่จะสมัครใจเข้าเป็นผู้ประกันตนไม่มากนัก สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนไม่สนใจที่จะสมัครเข้าสู่ระบบ ประกันสังคมก็เพราะยังไม่เข้าใจในระบบประกันสังคม และมี ความคิดว่าการประกันสังคมเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน เสียดายเงินที่จะต้องจ่ายเพราะมีรายได้น้อยอยู่แล้ว และในเวลานี้ก็ไม่เดือดร้อน สามารถช่วยเหลือตนเองได้ กรณีปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่ จะเข้ามาเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจนั้น อาจกล่าวได้ว่า ผู้ที่มีอายุมากมีแนวโน้มที่ต้องการจะเข้ามาเป็นผู้ ประกันตนสูงกว่ากลุ่มที่มีอายุน้อย และเป็นผู้ที่มี รายได้ปานกลาง ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยและรายได้สูงจะ ไม่สนใจสมัครเพราะผู้ที่มีรายได้น้อยไม่มีเงินพอในการ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ส่วนผู้มีรายได้สูง นั้นสามารถช่วยเหลือตนเองได้อยู่แล้ว สำหรับอาชีพของกลุ่ม ที่แสดงความสนใจที่จะเข้าเป็นผู้ประกันตนมากที่สุดได้แก่ กลุ่มอาชีพค้าขายรายย่อย แรงงานมีฝีมือและเจ้าของกิจการ ขนาดเล็ก ซึ่งยังไม่มีหลักประกันในชีวิตที่มั่นคงพอ นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการประกันตนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่สมรส แล้วและยังมีภาระเลี้ยงดูบุตรอยู่ในระหว่าง 1-2 คน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ประสบกับภาวะการเจ็บป่วยบ่อย ๆ ด้วย 3. ในด้านสิทธิประโยชน์ทดแทนที่ผู้สนใจสมัคร ประกันตนต้องการจะได้รับ บุคคลทั่วไปต้องการประกันการ เจ็บป่วยเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นการประกันทุพพลภาพ ชราภาพ และเสียชีวิต สำหรับการประกันการคลอดบุตรและการ สงเคราะห์บุตรกลับได้รับความสนใจน้อย ส่วนรูปแบบของการ จัดเก็บเงินสมทบ บุคคลส่วนใหญ่ต้องการให้ใช้วิธีจัดเก็บ เงินสมทบตามช่วงชั้นของรายได้ โดยให้มีการนำส่งเงินสมทบ เป็นรายเดือน แต่อัตราเงินสมทบที่จะต้องจ่ายนั้นไม่ควร เกิน 70 บาทต่อเดือน มิฉะนั้นแล้ว ผู้มีรายได้น้อยอาจไม่ สามารถจ่ายได้ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังมีความเห็นว่ารัฐบาล ควรร่วมจ่ายเงินสมทบด้วยในอัตรา 1 ส่วน ต่อประชาชน 2 ส่วน ในกรณีของเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ปัจจุบันส่วนใหญ่ประชาชนสามารถยอมรับ และปฏิบัติตามได้ ยกเว้นกรณีเรื่องการไปรับบริการทางการแพทย์ควรมีการ ปรับปรุงแก้ไข ให้เหมาะสมกว่าที่กำหนดไว้ 4. ข้อมูลที่ได้รับจากนักวิชาการ ผู้บริหารและ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เกือบทั้งหมดมีความเห็นที่ สอดคล้องกันว่า การขยายการประกันสังคมไปสู่บุคคลทั่วไป ที่ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ว่าจะต้องปฏิบัติภายในระยะเวลา 4 ปี นับแต่พระราชบัญญัติ มีผลใช้บังคับนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุผลทาง การเมือง ที่ต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายประกันสังคม ขึ้นในประเทศไทย โดยให้มีการคัดค้านจากกลุ่มต่าง ๆ น้อยที่สุด จึงทำให้ต้องมีการขยายการประกันสังคมไปสู่ บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ลูกจ้างภายในปี พ.ศ.2537 ที่จะ ถึงนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควรไม่ว่าจะ เป็นในด้านของการกำหนดกฎหมายลำดับรองที่จะมารองรับ กฏเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับในทางปฏิบัติ หรือในด้าน บุคลากรที่จะมาปฏิบัติงานก็ตาม อย่างไรก็ดีประเทศไทยได้เข้าสู่การพัฒนาประเทศ ให้ทันสมัยแบบตะวันตกอย่างรีบเร่ง สวัสดิการทางสังคม จึงต้องครอบคลุมทุกรูปแบบ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประกัน สังคมอย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่จะต้องทำใน ระยะเริ่มแรกเพื่อปูพื้นฐานให้บุคคลทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ที่มีรายได้ปานกลางได้เล็งเห็นประโยชน์ที่จะ ได้รับจากการประกันตน และเป็นประโยชน์ในระยะยาวของ กองทุนประกันสังคม การลงทุนว่าจ้างบริษัทเอกชนมาดำเนินการ ประชาสัมพันธ์ และให้สำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ควบคุม แผนงานด้านการประชาสัมพันธ์ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้ข้าราชการของสำนักงานประกันสังคมได้ทุ่มเทการ บริการประชาชนอย่างได้รอบด้านอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้อง พะวงกับงานด้านอื่น ๆ ที่ตนไม่ชำนาญ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ และศรัทธา เพราะว่ากิจการประกันสังคมแตกต่างจากงาน ราชการอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้กฎหมายอนุบัญญัติที่จะออกมารองรับกลุ่ม สมัครใจ ผู้ออกกฎหมายต้องมีความเข้าใจหลักการและเหตุผล ตลอดจนพฤติกรรมของบุคคลในสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และไม่ทำให้ทรัพยากรของประเทศถูกนำไปใช้อย่างไร้ ประสิทธิภาพ เพราะหากกำหนดวิธีการจ่ายประโยชน์ทดแทน ไม่เหมาะสม การประกันสังคมจะทำให้คนทำงานน้อยลง เกษียณอายุเร็วขึ้น เบิกค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น หรือ ว่างงานนานขึ้น การกำหนดประโยชน์ทดแทนที่ดีจึงต้องบรรเทา เหตุเหล่านั้นให้อยู่ระดับต่ำ โดยไม่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ ของกฎหมาย |
| บรรณานุกรม | : |
อารักษ์ พรหมมณี . (2536). การประกันสังคมสำหรับบุคคลทั่วไป : ผลกระทบของการขยาย ระบบประกันสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารักษ์ พรหมมณี . 2536. "การประกันสังคมสำหรับบุคคลทั่วไป : ผลกระทบของการขยาย ระบบประกันสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารักษ์ พรหมมณี . "การประกันสังคมสำหรับบุคคลทั่วไป : ผลกระทบของการขยาย ระบบประกันสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. อารักษ์ พรหมมณี . การประกันสังคมสำหรับบุคคลทั่วไป : ผลกระทบของการขยาย ระบบประกันสังคม กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
