| ชื่อเรื่อง | : | การใช้ไลเปสตรึงในการเพิ่มกรดไอโคซะเพนทาอิโนอิค(อีพีเอ)และกรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิค (ดีเอชเอ) จากน้ำมันปลา |
| นักวิจัย | : | ปิโยรส หงษาชาติ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1062546000556 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ทำการศึกษาหาปริมาณ EPA(elcosapentaenoic acid) และ DHA(docosahexaenoic acid) ในน้ำมันจากปลาชนิดต่างๆต่อไปนี้ ปลากะพง(Lutjanus argentimaculatus Forskal) ปลาแดงลี ปลาเมนฮาเดน(Brevoortia sp.)ปลาทูน่า(Thunnus spp.) ซึ่งสกัดจาก 3 ส่วนคือ เบ้าตาปลา การบีบอัดจากหัวปลานึ่งสุก และได้จากน้ำนึ่งปลา และปลาน้ำจืด 1 ชนิดคือ ปลาดุก (Clarias spp.)จากการวิเคราะห์องค์ประกอบด้วยโครมาโทกราฟี ก๊าซพบว่า น้ำมันปลาทูน่าจากเบ้าตาปลาทูน่ามี DHA สูงสุด 59.75 มก./มล. รองลงมาเป็นน้ำมันที่ได้จากการบีบอัด 53.60 มก./มล. ส่วน EPA พบมากที่สุดในน้ำมันเมนฮาเดน(25.49 มก./มล.)รองลงมาเป็นน้ำมันปลาทูน่าจากการบีบอัด (14.40 มก./มล.) เมื่อพิจารณาความเหมาะสมได้เลือกน้ำมันปลาทูน่าที่ได้จากการบีบอัดเป็นสารตั้งต้นในการเตรียมDHA และ EPA เข้มข้นโดยใช้ไลเปสตรึง ได้ทำการศึกษาไลเปสทนความร้อนที่ผ่านการโคลนแล้ว 2 ชนิดคือ pQE-TP811และ pQE-P1 ที่ได้มาจาก Bacillus stearothermophilus TP811 และ P1 ที่แยกได้จากน้ำพุร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยทำการหาแอคติวิตีของไลเปสทั้งสองชนิดโดยใช้สับสเตรทสังเคราะห์ p-nitrophenyl laurate พบว่าไลเปสจาก pQE-TP811มี specific activity สูงกว่าไลเปสจาก pQE-P1 เล็กน้อย ส่วนการศึกษาจลนศาสตร์ของไลเปส โดยใช้น้ำมันมะกอกและน้ำมันปลาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นสับสเตรทได้ค่าKm ของไลเปสจาก pQE-TP811 เป็น 7.63 และ 17.90 มิลลิโมลาร์ ส่วนไลเปสจากpQE-P1 ให้ค่า 34.60 และ 42.85 มิลลิโมลาร์ ตามลำดับ และค่า Vmax ของไลเปสจากpQE-TP811 เท่ากับ 1.29 และ 1.11 ยูนิต/มล. ส่วนของไลเปสจาก pQE-P1 มีค่า 1.42และ 4.50 ยูนิต/มล. ตามลำดับจากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นว่าไลเปสจาก pQE-TP811ไฮโดรไลส์น้ำมันมะกอกและน้ำมันปลาได้ดีกว่าไลเปสจาก pQE-P1 จากนั้นได้ทำการตรึงไลเปสทนความร้อนทั้งสองบน celite 545 และทำการหาแอคติวิตีของไลเปสพบว่าเมื่อตรึงแล้วไลเปสทั้งสองมีแอคติวิตีลดลง 10% และ 17% ตามลำดับ แต่ความสามารถในการไฮโดรไลส์น้ำมันของไลเปสทั้งสองตัวเพิ่มขึ้น ส่วนไลเปสตรึงจาก pQE-TP811มีความสามารถในการย่อยน้ำมันปลาได้ดีกว่าน้ำมันมะกอกเมื่อเปรียบเทียบกับไลเปสในรูปอิสระ นอกจากนี้ได้มีการย่อยน้ำมันปลาได้ดีกว่าน้ำมันมะกอกเมื่อเปรียบเทียบกัลไลเปสในรูปอิสระ นอกจากนี้ได้มีการศึกษาปฏิกิริยาเอทานอไลซีสน้ำมันปลาของไลเปสทนความร้อนทั้งสองเทียบกับไลเปสทางการค้าที่มีความสามารถในการตัดกรดไขมันบนไตรกลีเซอไรด์ที่ตำแหน่งต่างๆกัน ดังนี้ Lipase A มีความสามารถในการตัดตำแหน่งที่ 2 ไลเปสจาก Mucor miehei ตัดตำแหน่งที่ 1 และ 3 และ ไลเปสจากPseudomonas fluorescens PS มีความสามารถในการตัดไม่จำเพาะ โดยนำไลเปสทั้งหมดมาตรึงบน celite 545 และทำปฏิกิริยาเอทานอไลซีส จากผลการวิเคราะห์การทำปฏิกิริยาของไลเปสจาก P. fluorescens PS ให้ปริมาณเอทิลเอสเทอร์ของ DHA สูงสุด0.39 มก./มล. รองลงมาได้จากไลเปสตรึง pQE-TP811 (0.30 มก./มล.) ส่วนไลเปสตรึงจาก lipase A และ ไลเปสตรึงจาก pQE-TP811 ให้ปริมาณเอทิลเอสเทอร์ของ EPA สูงใกล้เคียงกันคือ 0.0805 และ 0.1005 มก./มล. ตามลำดับ และไลเปสจากP. fluorescens PS ได้ปริมาณรองลงมา เมื่อพิจารณาสัดส่วนของ ethyl oleate:ethyl linoleate : ethyl EPA : ethyl DHA ของน้ำมันปลาที่ผ่านการไฮโดรไลส์อย่างสมบูรณ์ด้วยวิธีทางเคมี เปรียบเทียบกับการไฮโดรไลส์ที่โดยไลเปสตรึงพบว่า lipase A ตรึง ให้สัดส่วนของเอทิล EPA และเอทิล DHA สูงสุดโดยสัดส่วนที่ได้เป็นดังนี้ 1 :0:42.0:104.7 ส่วนไลเปสตรึงจาก P. fluorescensPS และ ไลเปสตรึงจาก pQE-TP811 มีสัดส่วนใกล้เคียงกันยกเว้นสัดส่วนของเอทิลEPA ที่ได้จาก pQE-TP811 มีสัดส่วนที่สูงกว่าไลเปสตรึงจาก P. fluorescens PSประมาณ 2.3 เท่า ดังนั้นไลเปสจาก pQE-TP811 มีแนวโน้มที่ชอบ กรดไขมันสายยาวที่ไม่อิ่มตัวซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในการเพิ่มความเข้มข้นของ EPA และ DHAในน้ำมันปลา ส่วนอายุการใช้งานไลเปสตรึงในรอบแรกแอคติวิตีของไลเปสตรึงสูงและค่อยๆลดลงในรอบต่อมาและเมื่อเติมน้ำในรอบที่ 6 แอคติวิตีของไลเปสตรึงไม่ดีขึ้นส่วนช่วงเวลาที่ใช้เร่งปฏิกิริยาให้ได้ผลผลิต DHA และ EPA สูงใน 1 รอบนั้นมีแนวโน้มที่จะใช้เวลามากกว่า 60 ชั่วโมงขึ้นไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปิโยรส หงษาชาติ . (2546). การใช้ไลเปสตรึงในการเพิ่มกรดไอโคซะเพนทาอิโนอิค(อีพีเอ)และกรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิค (ดีเอชเอ) จากน้ำมันปลา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิโยรส หงษาชาติ . 2546. "การใช้ไลเปสตรึงในการเพิ่มกรดไอโคซะเพนทาอิโนอิค(อีพีเอ)และกรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิค (ดีเอชเอ) จากน้ำมันปลา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิโยรส หงษาชาติ . "การใช้ไลเปสตรึงในการเพิ่มกรดไอโคซะเพนทาอิโนอิค(อีพีเอ)และกรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิค (ดีเอชเอ) จากน้ำมันปลา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ปิโยรส หงษาชาติ . การใช้ไลเปสตรึงในการเพิ่มกรดไอโคซะเพนทาอิโนอิค(อีพีเอ)และกรดโดโคซะเฮกซะอิโนอิค (ดีเอชเอ) จากน้ำมันปลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
