| ชื่อเรื่อง | : | Digestibility and Utilization of Soy Sauce Residue as Dairy Cow Feed |
| นักวิจัย | : | Surasak Kunpanya |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1062546000129 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงองค์ประกอบทางเคมี และผลของการใช้อาหารทดลองที่ผสมกากซอสถั่วเหลืองที่ระดับ 0 10 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวิธีการศึกษาการสลายตัวของโภชนะภายในกระเพาะรูเมนด้วยวิธีการใช้ถุงไนล่อน ประเมินค่าการย่อยได้และพลังงานที่สัตว์ได้รับด้วยวิธีการวัดปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้น ศึกษาการย่อยได้ของโภชนะในตัวสัตว์ของอาหารทดลองที่ผสมกากซอสถั่วเหลืองทั้ง 4 ระดับ ร่วมกับหญ้ารูซี่แห้งโดยวิธีการแบบดั้งเดิมเพื่อหาค่าการย่อยได้ปรากฏและวิธีการใช้สารบ่งชี้เพื่อประเมินค่าการย่อยได้ที่เกิดขึ้นโดยตัวสัตว์จริงภายในลำไส้เล็ก โดยใช้สารเคมีไททาเนียมออกไซด์เป็นสารบ่งชี้ ศึกษาในโคนมระยะแห้งนม และไม่ให้ผลผลิต ลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองxโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน ระดับสายเลือด 75 เปอร์เซ็นต์ อายุ 4-7 ปี จำนวน 4 ตัว น้ำหนักตัว 380(+,ฑ)74 กิโลกรัม ที่ได้รับการผ่าตัดเปิดทางเดินอาหารบริเวณกระเพาะรูเมน ลำไส้เล็กส่วนต้น และลำไส้เล็กส่วนปลาย รวมทั้งศึกษาสภาพภายในกระเพาะรูเมนภายหลังได้รับอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับ ผลการศึกษาพบว่า องค์ประกอบทางเคมีของกากซอสถั่วเหลืองประกอบด้วยวัตถุแห้ง 82.37เปอร์เซ็นต์ และมีโภชนะอื่นๆคิดเป็นร้อยละของวัตถุแห้งดังนี้คือ อินทรียวัตถุ 85.91 เปอร์เซ็นต์โปรตีนหยาบ 22.10 เปอร์เซ็นต์ ไขมันรวม 20.08 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยหยาบ 11.89 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยที่ละลายในด่าง 45.32 เปอร์เซ็นต์ และเยื่อใยที่ละลายในกรด 20.84 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาการสลายตัวของโภชนะภายในกระเพาะรูเมนด้วยวิธีการใช้ถุงไนล่อนพบว่า กากซอสถั่วเหลืองส่วนที่ละลายได้ทันที 20.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ไม่ละลายแต่สามารถเกิดกระบวนการหมักย่อยโดยจุลินทรีย์ได้ 67.2 เปอร์เซ็นต์ ค่าศักยภาพในการสลายตัวสูงสุด 88.0 เปอร์เซ็นต์ อัตราการสลายตัว 0.306 ส่วนต่อชั่วโมง และมีประสิทธิภาพการสลายตัวที่อัตรา 0.05 ส่วนต่อชั่วโมง เท่ากับ 79.4 เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพการสลายตัวของวัตถุแห้ง และโปรตีนในอาหารทดลองที่ผสม กากซอสถั่วเหลืองที่ ระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสูงกว่าที่ระดับ 0 10 และ20 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ( P<0.05) ปริมาณวัตถุแห้งกินได้ วัตถุแห้งย่อยได้ที่สัตว์ได้รับ อัตราการเจริญเติบโตและค่าดัชนีบ่งชี้จากวิธีการใช้ถุงไนล่อนของอาหารทดลองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างกับอาหารทดลองที่ระดับ 10 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) และมีแนวโน้มลดลงตามระดับที่เพิ่มขึ้นของกากซอสถั่วเหลืองในอาหาร การประเมินค่าการย่อยได้ และพลังงานที่สัตว์ได้รับด้วยวิธีการวัดปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้นพบว่าค่าอินทรียวัตถุย่อยได้ พลังงานใช้ประโยชน์ได้ และ พลังงานสุทธิเพื่อการให้นมของกากซอสถั่วเหลืองเท่ากับ 55.40 เปอร์เซ็นต์ 10.40 และ 6.42 เมกกะจูลต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง ตามลำดับ ค่าอินทรียวัตถุย่อยได้ พลังงานใช้ประโยชน์ พลังงานสุทธิเพื่อการให้นม วัตถุแห้งกินได้ วัตถุแห้งย่อยได้ที่สัตว์ได้รับอัตราการเจริญเติบโต และค่าดัชนีบ่งชี้จากวิธีการวัดปริมาณแก๊สในอาหารทดลองที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสูงกว่าที่ระดับ 0 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) การศึกษาการย่อยได้ของโภชนะในตัวสัตว์โดยวิธีการแบบดั้งเดิม พบว่าสัมประสิทธิ์การย่อยได้ของวัตถุแห้งในอาหารทดลองที่ผสมกากซอสถั่วเหลืองที่ระดับ 0 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) สัมประสิทธิ์การย่อยได้ของเยื่อใยที่ละลายในด่างในอาหารทดลองที่ระดับ 0 10 20 และ 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05)โภชนะรวมย่อยได้ พลังงานรวม พลังงานใช้ประโยชน์ได้ และพลังงานสุทธิเพื่อการให้นมในอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับ มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P<0.05) และมีแนวโน้มลดลงตามระดับที่เพิ่มขึ้นของกากซอสถั่วเหลืองในอาหาร สัมประสิทธิ์การย่อยได้ของวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ และโปรตีนหยาบจากวิธีการใช้สารบ่งชี้เพื่อประเมินค่าการย่อยได้ที่เกิดขึ้นโดยตัวสัตว์จริงภายในลำไส้เล็กของอาหารทดลองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสูงกว่าที่ระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)ปริมาณโปรตีนหยาบที่บริเวณลำไส้เล็กที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสูงกว่าที่ระดับ 30 20 และ 0 เปอร์เซ็นต์ (P<0.05) ผลการศึกษาสภาพภายในกระเพาะรูเมนพบว่า ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนที่ผลิตได้ในกระเพาะรูเมนของโคนมที่ได้รับอาหารที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ที่ 1 ชั่วโมงหลังอาหารในตอนเช้าสูงกว่าที่ระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แต่กลับพบว่าที่ระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนที่ 3 ชั่วโมงหลังให้อาหารในตอนเช้าสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ(P<0.05) กรดไขมันระเหยได้รวมของอาหารทดลองมีแนวโน้มลดลงตามระดับของกากซอสถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่พบความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) |
| บรรณานุกรม | : |
Surasak Kunpanya . (2546). Digestibility and Utilization of Soy Sauce Residue as Dairy Cow Feed.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. Surasak Kunpanya . 2546. "Digestibility and Utilization of Soy Sauce Residue as Dairy Cow Feed".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. Surasak Kunpanya . "Digestibility and Utilization of Soy Sauce Residue as Dairy Cow Feed."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. Surasak Kunpanya . Digestibility and Utilization of Soy Sauce Residue as Dairy Cow Feed. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
