| ชื่อเรื่อง | : | การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน |
| นักวิจัย | : | นพดล อมรภิญโญเกียรติ |
| คำค้น | : | PLAQUE-TYPE PSORIASIS , TARGETED NARROWBAND UVB PHOTOTHERAPY , PSORALEN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001511 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~uความสำคัญและที่มาของการวิจัย~u : การรักษาโรคสะเก็ดเงินชนิด plaque ในปัจจุบันมีหลายวิธีการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบ เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้ผลการรักษาดี ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีเครื่องฉายแสงแบบเฉพาะที่ ซึ่งมีผลโดยตรงกับผิวหนังเฉพาะบริเวณรอยโรค โดยไม่มีผลต่อผิวหนังปกติของร่างกายส่วนอื่นๆ จึงเหมาะที่จะใช้กับผู้ป่วยที่จำนวนรอยโรคไม่มากนัก ซอราเลนเป็นสารซึ่งทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น โดยทั่วไปจะใช้ร่วมกับการฉายแสงอัลตราไวโอเลตเอแบบทั่วตัวในการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีรอยโรคจำนวนมาก การศึกษานี้จะใช้การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ซึ่งเป็นการรักษาแบบเฉพาะที่ และคาดว่าจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการรักษาด้วยการฉายแสงเพียงอย่างเดียว ~uวัตถุประสงค์ในการวิจัย~u : เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินด้วยการรักษา 2 วิธี คือการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยา 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลนในรูปครีม และการฉายด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบ เพียงอย่างเดียว โดยวัดจากจำนวนครั้งของการรักษาจนกระทั่งรอยโรคหาย ความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงของ PSI score ตลอดช่วงการรักษาและระยะเวลาที่รอยโรคกลับเป็นใหม่ ~uวิธีการทำวิจัย~u : ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยจำนวน 10 คน ผู้ป่วยแต่ละคนจะถูกเลือกรอยโรค ตำแหน่งที่คล้ายคลึงกันในการรักษา โดยตำแหน่งที่จะได้รับการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตในช่วงคลื่นแคบ ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม (โดยทายาก่อนฉายแสง 15 นาที) โดยจะทำการรักษาจนรอยโรคหาย (clearance) หรือไม่เกิน 12 ครั้งของการรักษา การประเมินผลทำโดยการให้คะแนน PSI score, การถ่ายรูปรอยโรค และติดตามหลังการรักษาเมื่อ 2, 4, 8, 12, 16, 20 และ 24 สัปดาห์หลังสิ้นสุดการรักษา หรือจนกระทั่ง PSI score กลับขึ้นมากกว่าหรือเท่ากับ 50% ของตั้งต้น (relapse) ~uผลการวิจัย~u : จากจำนวนผู้ป่วยจำนวน 10 คน ที่เข้าร่วมการวิจัย พบว่ามีผู้ป่วยรอยโรคหายจากการศึกษาโดยการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบี ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน จำนวน 4 คน (40%)โดยจำนวนครั้งของการรักษาเฉลี่ยเท่ากับ 2.5 ครั้ง ผู้ป่วยที่รอยโรคหายจากการฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี เพียงอย่างเดียวมี 3 คน (30%) โดยจำนวนครั้งของการรักษาโดยเฉลี่ยเท่ากับ 7.7 ครั้ง และพบว่า PSI scoreตลอดช่วงการรักษาของรอยโรคที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตราไวโอเลตบีร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ลดลงมากกว่ารอยโรคที่ได้รับการรักษาด้วยแอสงอัลตราไวโอเลตบีอย่างเดียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.005, paired-t-test) จากการติดตามรอยโรคหลังการรักษา มีรอยโรคที่หายจากการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบีเพียงอย่างเดียวในผู้ป่วย 3 ราย พบว่า มีระยะสงบของรอยโรคเฉลี่ยเท่ากับ 4.67 สัปดาห์และมีรอยโรคที่หายจากการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเลตบีร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลนในผู้ป่วย4 ราย พบว่ามีระยะสงบของรอยโรคเฉลี่ยเท่ากับ 7.00 สัปดาห์ ~uสรุปผลการวิจัย~u : การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบเฉพาะที่ร่วมกับการใช้ยา 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม มีประสิทธิผลในการรักษาโรคสะเก็ดเงินชนิด plaque มากกว่าการใช้แสงอัลตราไวโอเลตบีเพียงอย่างเดียว |
| บรรณานุกรม | : |
นพดล อมรภิญโญเกียรติ . (2548). การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นพดล อมรภิญโญเกียรติ . 2548. "การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นพดล อมรภิญโญเกียรติ . "การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. นพดล อมรภิญโญเกียรติ . การฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี ช่วงคลื่นแคบแบบเฉพาะที่ร่วมกับ 0.1% 8-เม็ททอกซี่ซอราเลน ในรูปครีม ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
