| ชื่อเรื่อง | : | การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอก |
| นักวิจัย | : | พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ |
| คำค้น | : | DANCE , MOVEMENT , THE BRAHMIN , CHARACTERS , LAKORN-NOK |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001307 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอกในด้านประวัติความเป็นมา องค์ประกอบ กระบวนท่ารำและกลวิธีการรำ โดยเลือกศึกษาบทบาทการแสดงของพราหมณ์ที่แปลงตัวมาจากผู้หญิง 4 ชุด ได้แก่ บทรบในเรื่องสุวรรณหงส์ 1 ชุด บทชมความงามตามธรรมชาติและบทเกี้ยวพาราสีในเรื่องสุวรรณหงส์ 1 ชุด บทโศกเศร้าในเรื่องมณีพิชัย 1 ชุด และเรื่องลักษณวงศ์ 1 ชุด โดยใช้วิธีดำเนินการวิจัยจากวรรณกรรมการแสดง บทละครของกรมศิลปากร การสัมภาษณ์ และประสบการณ์การแสดงของผู้วิจัย ผลการวิจัยพบว่า พราหมณ์เป็นชนชั้นสูงและเป็นที่เคารพในสังคมฮินดู เนื่องจากเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมในศาสนาฮินดู ลัทธินี้ได้แพร่กระจายเข้ามาสู่ในสังคมไทยมาแต่โบราณ ชนชั้นปกครองของไทยได้รับวิทยาการหลายสาขามาจากลัทธิดังกล่าวรวมทั้งวรรณกรรมที่กวีนิยมสอดแทรกแนวความเชื่อเกี่ยวกับบทบาทของพราหมณ์ไว้ในเนื้อเรื่อง โดยให้ตัวเอกของเรื่องแปลงตัวเป็นพราหมณ์เพื่อทำกิจกรรมสำคัญให้สำเร็จดังความปรารถนา เพื่อช่วยคลี่คลายเหตุการณ์สำคัญให้มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น โดยกวีนำบทบาทสำคัญของพราหมณ์ในชีวิตจริงมาปรากฎในบทบาทของตัวเอก เพื่อเป็นการยกย่องสถานะของพราหมณ์ที่เป็นผู้นำทางพิธีกรรมและเป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จในวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยนั้น ความเชื่อเกี่ยวกับพราหมณ์ในวรรณกรรมของไทยได้เชื่อมโยงมาสู่ละครรำตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะมีหลักฐานจากวรรณกรรม 2 เรื่อง คือ สุวรรณหงส์ และมณีพิชัย บทละครทั้งสองเรื่องได้รับการปรับปรุงในเวลาต่อมามีศิลปินหลวงและเอกชนทอดท่ารำมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์และนิยมแสดงสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ในเรื่ององค์ประกอบการแสดงมีลักษณะผสมผสาน 2 ส่วน คือ วัฒนธรรมไทยแบบหลวง และวัฒนธรรมฮินดูวัฒนธรรมไทยแบบหลวง ได้แก่ ลักษณะวงปี่พาทย์ ทำนองเพลง การแต่งกายแบบยืนเครื่องพระและจารีตการแสดง วัฒนธรรมฮินดู ได้แก่ ลักษณะการแต่งกาย คือ สีขาวของเสื้อผ้า และอุณาโลมสีแดงบนกลางหน้าผาก ซึ่งทั้งสองลักษณะนี้เป็นสัญลักษณ์ที่มาจากพราหมณ์ฮินดู พราหมณ์แปลง เป็นตัวเอกที่มีบทบาทเดิมเป็นเทพเจ้า กษัตริย์ และนางกษัตริย์ ซึ่งพราหมณ์ที่แปลงกายมาจากตัวนางมักมีสถานะเป็นนางกษัตริย์มาก่อน ดังนั้นบุคลิกและลีลาท่ารำของพราหมณ์แปลงจึงแฝงจริตกิริยาของสตรีชั้นสูงไว้ในการแสดง พราหมณ์แปลง เป็นตัวละครที่มีสองบุคลิก กล่าวคือ บุคลิกภายนอกเป็นพราหมณ์ผู้ชายที่เสแสร้งแสดงกิริยาสง่างาม วาจาเรียบร้อยเป็นที่น่าเคารพแบบนักบวชมีท่าทีระมัดระวังตัว แต่บุคลิกภายในที่เป็นนางกษัตริย์จะเผยออกมาเมื่อลืมตัวจนไม่สามารถปกปิดกิริยาแท้จริงได้ ก็จะแสดงท่าทีกระตุ้งกระติ้ง เอียงอาย และควักค้อน ตามนิสัยเดิม แบบแผนการรำพราหมณ์มีลักษณะที่สำคัญ คือ การรำแบบสง่างามและนุ่มนวล โดยเคลื่อนไหวร่างกายไม่แรงนักและค่อนข้างรวดเร็วตามบทร้องและทำนองเพลงที่กระชับ การรำทุกบทเป็นท่ารำตีบทพระที่มาจากแม่ท่าในโขนละคร และท่าที่มาจากกิริยาของมนุษย์ จุดเด่นของท่ารำบางท่า คือ รำแบบตัวนาง คือ รำแบบปิดเข่า ลักคอ กล่อมหน้า มีท่ารำแบบนางล้วน ๆ และท่าที่ผสมลักษณะตัวนางเฉพาะส่วนล่างหรือส่วนบน ที่เรียกว่า "รำแบบผู้เมีย" บางช่วยจะแสดงจริตกิริยาของผู้หญิงออกมาอย่างเด่นชัดในบทต่าง ๆ ยกเว้นบทรบที่ต้องแสดงอารมณ์กล้าหาญแบบผู้ชายเพียงอย่างเดียว ลักษณะอารมณ์ที่แสดงถึงความเป็นสตรีคือ ท่าทีปัดป้อง สะบัดมือ เดินเลี่ยงออกไป ไม่สนใจฟัง การแสดงออกทางสีหน้า คือ การควักค้อนใบหน้าเศร้าหมอง ชำเลืองมอง และหลบหน้า กิริยาท่ารำเหล่านี้สอดแทรกลงในท่ารำเพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทของพราหมณ์แปลง ผลการวิจัยดังกล่าว นอกจากจะได้แบบแผนเฉพาะของตัวเอกในละครอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อแวดวงนาฎยศิลป์ในด้านการสอน การวิจัยและการสร้างสรรค์งานนาฎยศิลป์แบบหลวงในประเทศไทยอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ . (2548). การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ . 2548. "การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ . "การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ . การรำของตัวพราหมณ์ในการแสดงละครนอก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
