ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ
นักวิจัย : รุจน์จรุง มีเหล็ก
คำค้น : SAOMAI DANCE , KRU BUARIAO RATTANAMANEEPORN , KRU KHAM KAWAI
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001302
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์เรื่อง ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของการแสดงฟ้อนสาวไหม รวมถึงวิเคราะห์รูปแบบการแสดงฟ้อนสาวไหมครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ และฟ้อนสาวไหมครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาช่างฟ้อน โดยศึกษาจากเอกสารงานวิจัย การสัมภาษณ์ การสังเกตจากภาพถ่าย ภาพวีดีทัศน์ ตลอดจนฝึกหัดของผู้วิจัยกับผู้เชี่ยวชาญการฟ้อน ผลจากการศึกษาพบว่า ฟ้อนสาวไหมครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ เกิดขึ้นมาเมื่อ 80 ปีก่อนโดยชายชาวล้านนาชื่อ กุย สุภาวสิทธิ์ ซึ่งเป็นครูเจิง โดยครูกุย สุภาวสิทธิ์ ได้นำเอากระบวนท่าสาวไหมฟ้อนเจิงลายสาวไหม มาปรับปรุงและประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ได้นำเอาวิถีชีวิตของชาวล้านนาในการปั่นฝ้ายทอผ้า มาประสมประสานความคิดของภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการทำงานกับท่าฟ้อนเข้าด้วยกัน เป็นฟ้อนสาวไหมที่มีความอ่อนช้อยนุ่มนวนเหมาะสมกับสตรีชาวล้านนา และได้ถ่ายทอดให้กับบุตรสาวชื่อบัเรียว รัตนมณีภรณ์ (สุภาวสิทธิ์) สาวไหมเป็นศิลปะการแสดงของล้านนาที่ปรับปรุงและเลียนแบบอากัปกิริยาของการสาวไหม การดึงไหมออกมาเป็นเส้นเพื่อนำมาทอเป็นผืน เช่นเดียวกับฟ้อนสาวไหมครูคำ กาไวย์ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอุ้ยแก้ว ใจขัด ช่างฟ้อนสตรีเป็นฟ้อนสาวไหมปั่นฝ้าย คือการสาวไหม ดึงเส้นไหมมาทอผ้า ฟ้อนสาวไหมได้พัฒนาระยะต่อมาคือครูพลายสี สรรพศรีได้ร่วมปรับปรุง และได้นำมาสอนในวิทยาลัยนาฎศิลปเชียงใหม่และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งมาเป็นฟ้อนสาวไหม ทุกวันนี้ ดนตรีที่ใช้ในการฟ้อนแต่เดิมใช้วงเต่งทิ้งประกอบการแสดงต่อมาใช้วงสะล้อ ซอ ซึง เพลงที่ใช้ในการฟ้อนเป็นเพลงลาวสมเด็จแปลง ระยะหลังได้ใช้เพลงสาวไหม และเพลงซอปั่นฝ้ายบรรเลงประกอบเพื่อความอ่อนช้อยเหมาะสม การแต่งกายช่างฟ้อนจะแต่งชุดพื้นเมืองทั้งช่างฟ้อนชายและช่างฟ้อนสตรี ลักษณะการฟ้อนจะมีทั้งกระบวนการท่านั่ง ยืนและเดิน ลีลาการฟ้อนมีการยืดและยุบตัวอย่างนิ่มนวลเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่เน้นการกระทบเข่า การใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางจีบเพื่อแสดงถึงการสาวเส้นไหมดึงไปด้านหลังพร้อมกับเบี่ยงลำตัวและอ่อนเอียงศีรษะไปตามมือ แสดงให้เห็นความสามารถของครูบัวเรียวรัตนมณีภรณ์ ที่ผสมผสานท่าธรรมชาติกับท่านาฏศิลป์ได้อย่างกลมกลืนการฟ้อนสาวไหมนี้นอกจากแสดงโดยสตรีชาวล้านนาแล้ว ยังมีช่างฟ้อนผู้ชายซึ่งมีลีลาการฟ้อนไม่อ่อนช้อยเหมือนสตรี แต่กระบวนท่าฟ้อนยังคงเป็นการปั่นฝ้าย ดึงไหม สาวไหมเช่นเดียวกับท่าฟ้อนบางท่ามีการโน้มลำตัวไปด้านหน้าลดลงต่ำลำตัวขนานกับพื้น ซึ่งเป็นกระบวนท่าฟ้อนสาวไหมของครูคำ กาไวย์ จะเห็นได้จากฟ้อนสาวไหมในปัจจุบัน

บรรณานุกรม :
รุจน์จรุง มีเหล็ก . (2548). ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุจน์จรุง มีเหล็ก . 2548. "ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รุจน์จรุง มีเหล็ก . "ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
รุจน์จรุง มีเหล็ก . ฟ้อนสาวไหม : กรณีศึกษาครูบัวเรียว รัตมณีภรณ์ และครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.