| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลของยากาบาเพนตินในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ |
| นักวิจัย | : | วัชรินทร์ยา วรชัย |
| คำค้น | : | CHRONIC JOINT PAIN , GABAPENTIN , FIBROMYALGIA , EFFECTIVENESS , SAFETY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001437 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~iวัตถุประสงค์~i เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยากาบาเพนตินในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ ~iวิธีการดำเนินการวิจัย~i การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มปลายเปิด ที่คลินิกโรคข้อและภูมิแพ้ กลุ่มงานอายุรศาสตร์โรงพยาบาลราชวิถี ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ.2547 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2549 ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเรื้อรัง (ผู้ป่วยไฟโบรมัยอัลเจียหรือข้อเสื่อม) ติดต่อกันมากกว่า 6 สัปดาห์ จำนวน 35 ราย ได้รับการสุ่มแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือได้รับยากาบาเพนติน 900 มก./วัน หรือ ยาหลอกนาน 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยทุกรายสามารถใช้ยาเม็ดแก้ปวดตลอดการวิจัย การประเมินทางคลินิกประกอบด้วย 1) ประเมินสภาวะทั่วไปของโรคโดยผู้ป่วย 2) ประเมินข้อกดเจ็บโดยแพทย์ 3) จำนวนเม็ดยาแก้ปวดที่ใช้ในการควบคุมอาการปวดต่อวัน 4) คุณภาพชีวิต (SF-36) ~iผลการศึกษา~i ผู้ป่วยทั้งหมด 35 ราย (ยากาบาเพนติน 20 ราย และ ยาหลอก 15 ราย) เป็นเพศหญิงร้อยละ 97.14 อายุเฉลี่ยในกลุ่มที่ได้รับยากาบาเพนตินและยาหลอกเป็น 46.8(+,ฑ)7.72 และ 48.2(+,ฑ)13.6ปี ตามลำดับ การประเมินการตอบสนองต่อการรักษาคือเมื่อสิ้นสุดการศึกษายาลดอาการปวดได้มากกว่าร้อยละ50 โดยวิเคราะห์จากผู้ป่วยทุกรายที่เข้าร่วมการศึกษา พบว่ามีผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาในกลุ่มได้รับยากาบาเพนตินและยาหลอกจำนวน 7 ราย (ร้อยละ 35) และ 4 ราย (ร้อยละ 26.7) (p=0.233) ตามลำดับ เมื่อสิ้นสุดการศึกษาระดับคะแนนความเจ็บปวด VAS ในกลุ่มที่ได้รับยากาบาเพนตินและยาหลอกเป็น 3.7 (ลดลงร้อยละ 33.9) และ 5.0 (ลดลงร้อยละ 27.5) ตามลำดับ และ ระดับความเจ็บปวด Likert scale ไม่แตกต่างกัน (p=0.051) เมื่อวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มผู้ป่วยไฟโบรมัยอัลเจียที่ได้รับยากาบาเพนตินและยาหลอกมีผู้ป่วยที่ไม่เจ็บปวดเลยร้อยละ 30.7 และ 12.5 ตามลำดับ (p=0.009) การประเมินข้อกดเจ็บโดยแพทย์พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยากาบาเพนตินและยาหลอกมีข้อกดเจ็บคิดเป็น 6.4(+,ฑ)4.2 ข้อ และ 12.5(+,ฑ)8.6 ข้อ ตามลำดับ(p=0.016) และมีการใช้ยาเม็ดแก้ปวดเฉลี่ย 2.7(+,ฑ)1.7 เม็ด/วัน การประเมินคุณภาพชีวิต 8 มิติ พบว่าผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีคะแนนคุณภาพชีวิตไม่แตกต่งกัน ยกเว้นมิติ Role physical (ผลกระทบต่อการทำกิจกรรมประจำวันเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกาย) ในผู้ป่วยที่ได้รับยากาบาเพนตินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ 0 (p=0.017) และผู้ป่วยที่ได้รับยากาบาเพนตินมีสุขภาพโดยทั่วไปดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (p=0.034) พบอาการไม่พึงประสงค์ 21 เหตุการณ์ในผู้ป่วย 17 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับยากาบาเพนตินต้องหยุดยา 4 ราย อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างของอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม (p=0.111) ~iสรุปผลการวิจัย~i การใช้ยากาบาเพนติน 900 มก./วัน นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์มีแนวโน้มลดอาการปวดข้อเรื้อรังได้มากว่ายาหลอกโดยเฉพาะในผู้ป่วยไฟโบรมัยอัลเจีย และผู้ป่วยทนยาได้ดี ดังนั้นควรมีการศึกษาต่อไปเพื่อความชัดเจนในประสิทธิภาพของยาในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรัง |
| บรรณานุกรม | : |
วัชรินทร์ยา วรชัย . (2548). ประสิทธิผลของยากาบาเพนตินในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชรินทร์ยา วรชัย . 2548. "ประสิทธิผลของยากาบาเพนตินในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชรินทร์ยา วรชัย . "ประสิทธิผลของยากาบาเพนตินในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. วัชรินทร์ยา วรชัย . ประสิทธิผลของยากาบาเพนตินในการรักษาอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่มีการอักเสบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
