ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร
นักวิจัย : ชัยวัฒน์ มุตติศานต์
คำค้น : LIGHTSHELF , PHYSICAL FACTORS , DAYLIGHTING , BUILDING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000886
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง เพื่อศึกษาหาปัจจัยกายภาพของหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านช่องเปิดทิศเหนือ และทิศใต้ ขอบเขตการศึกษาได้ทำการศึกษาเฉพาะอาคารประเภทสำนักงาน ที่ตั้งในเขตละติจูดที่ 14 องศาเหนือ และมีช่วงเวลาการใช้งานอยู่ระหว่าง 8:00 - 16:00 น. รวมเป็นระยะเวลาใช้งาน 8 ชั่วโมงต่อวัน หิ้งสะท้อนแสงทั่วไปถูกนำมาศึกษา และกำหนดตัวแปร โดยการทดลองจะอาศัยหุ่นจำลอง และห้องจำลองท้องฟ้า (skydome) วัดค่าความสว่างโดยประเมินจากค่า Daylight Factor (DF) ที่ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ 2.0% ผลการทดลองถูกนำมาสรุปรูปแบบตัวแปรที่มีประสิทธิภาพที่ให้ระยะการส่องสว่างด้วยแสงธรรมชาติที่ความลึกมากที่สุดของช่องเปิดทิศเหนือ และทิศใต้ จากนั้นได้มาทำการออกแบบต้นแบบหิ้งสะท้อนแสง และนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับข้อมูลปริมาณแสงกระจายจากท้องฟ้าเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงของทุกเดือน เพื่อหาความส่องสว่างจากแสงธรรมชาติ ในชั่วโมงที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า และประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน โดยจะเปรียบเทียบพื้นที่ใช้งานที่เปิดใช้พลังงานไฟฟ้า 8 ชม. ต่อวันกับพื้นที่ใช้งานที่ติดตั้งตัวแทนหิ้งสะท้อนแสง และพื้นที่ใช้งานที่ติดตั้งต้นแบบหิ้งสะท้อนแสง จากการประเมินผลการประหยัดพลังงานของต้นแบบหิ้งสะท้อนแสงช่องเปิดทิศเหนือ พบว่าสามารถลดการเปิดใช้ไฟฟ้าแสงสว่างเป็นระยะเวลา 601 ชั่วโมงต่อปี หรือ 29.1% ของจำนวนชั่วโมงใช้งานตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นจากตัวแทนหิ้งสะท้อนแสง 54.5% หรือ 212 ชั่วโมงและมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มพื้นที่ส่องสว่างด้วยแสงธรรมชาติ 0.38 เมตร ลดค่าไฟฟ้าลงได้13.63% และต้นแบบหิ้งสะท้อนแสงของช่องเปิดทิศใต้สามารถสามารถลดการเปิดใช้ไฟฟ้าแสงสว่างเป็นระยะเวลา 44 ชั่วโมงต่อปี หรือ 2.1% ของจำนวนชั่วโมงใช้งานตลอดทั้งปี มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มพื้นที่ส่องสว่างด้วยแสงธรรมชาติ 0.58 เมตร ลดค่าไฟฟ้าลงได้ 25.54% แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่เท่ากัน ที่เปิดใช้ไฟฟ้าแสงประดิษฐ์ตลอดทั้งวัน จากช่องเปิดทิศเหนือลดค่าไฟฟ้าลงได้ 84.42% และช่องเปิดทิศใต้ลดค่าไฟฟ้าลงได้ 70.10% และการออกแบบผสานต้นแบบหิ้งสะท้อนแสงช่องเปิดทิศเหนือ และทิศใต้ให้ได้ระยะความกว้างของอาคารที่สามารถใช้แสงธรรมชาติได้มากที่สุด คือระยะความกว้าง 14.00 เมตร หากเกินกว่านั้นต้องเพิ่มค่าความสว่างภายในจากแสงประดิษฐ์ หรือผสานการนำแสงธรรมชาติจากด้านบน ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาจะเป็นประโยชน์ในการออกแบบหิ้งสะท้องแสง ซึ่งไม่เจาะจงเฉพาะแต่อาคารสำนักงาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เพื่อเป็นแนวทางในการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารให้มีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน

บรรณานุกรม :
ชัยวัฒน์ มุตติศานต์ . (2548). ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัยวัฒน์ มุตติศานต์ . 2548. "ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชัยวัฒน์ มุตติศานต์ . "ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ชัยวัฒน์ มุตติศานต์ . ปัจจัยกายภาพหิ้งสะท้อนแสงที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.