ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว
นักวิจัย : ฐิติมา กมลเนตร
คำค้น : MOTHERHOOD , MOTHER-DAUGHTER RELATIONSHIP
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000576
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวในนวนิยายของนักเขียนสตรีอเมริกันเชื้อสายเอเชียและแอฟโฟร-คาริเบียนในนวนิยาย 4 เรื่องได้แก่ ~iThe Bonesetter's Daughter~i ของ เอมี ตัน (Amy Tan) ~iComfort Woman~iของ โนระ โอจะ เคลเลอร์ (Nora Okja Keller) ~iLucy~i ของ จาไมกา คินเคด (Jamaica Kincaid)~iBeloved~i ของโทนี มอริสัน (Toni Morrison) จากการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่มีร่วมกันในงานประพันธ์ของนักเขียนสตรีอเมริกันเชื้อสายเอเชียและแอฟโฟร-คาริเบียนที่เลือกศึกษาได้แก่ ภาษา พิธีกรรม ความทรงจำและประวัติศาสตร์ พบว่าในงานประพันธ์ปรากฏรูปแบบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวในสองลักษณะคือ ความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวที่ได้รับการคลี่คลายสู่ความเข้าใจอันดี และความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวที่ยังอยู่ในกระบวนการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับแม่ ความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวในกลุ่มของนักเขียนสตรีอเมริกันเชื้อสายเอเชียที่ศึกษารูปแบบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาวอยู่ในลักษณะแรก กล่าวคือ ในนวนิยายเรื่อง~iThe Bonesetter's Daughter~i ของเอมี ตันและ ~iComfort Woman~i ของโนระ โอจะ เคลเลอร์ความสัมพันธ์ของแม่-ลูกสาวได้รับการคลี่คลายโดยอาศัยการทบทวนและสร้างความหมายใหม่ให้กับวัฒนธรรมของแม่ การผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนำไปสู่การคลี่คลายของอัตลักษณ์ของลูกสาวหากในกลุ่มของนักเขียนสตรีอเมริกันเชื้อสายแอฟโฟร-คาริเบียน ประวัติศาสตร์ของการค้าทาสและการล่าอาณานิคมเป็นความรุนแรงที่ก่อให้เกิดภาวะไร้ราก ดังนั้นรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกสาวจึงเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบที่สอง ในนวนิยายของจาไมกา คินเคดเรื่อง ~iLucy~iและในนวนิยายของโทนี มอริสันเรื่อง ~iBeloved~i ภาวะไร้รากก่อให้เกิดความแปลกแยกและความขัดแย้งระหว่างแม่กับลูกสาว อันส่งผลให้การแสวงหาอัตลักษณ์ของลูกสาวยังเป็นกระบวนการที่ไม่สิ้นสุด ลูกสาวยังต้องกลับไปหาแม่เพื่อสานต่อสายสัมพันธ์ที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้เกิดความเข้าใจอันดีได้ นอกจากนั้น งานเขียนทั้งสี่เล่มยังนำเสนอประสบการณ์พลัดถิ่นซึ่งเป็นประสบการณ์ร่วมกันของแม่และลูกสาวชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและแอฟโฟร-คาริเบียน ประสบการณ์พลัดถิ่นนอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างแม่และลูกสาวเนื่องมาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมแล้ว ยังก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอันนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์และความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่อีกด้วยดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การพลัดถิ่นเป็นเสมือนพื้นที่กำกวมที่สลายแนวคิดขั้วตรงข้าม โดยเปิดโอกาสให้ลูกสาวทบทวน รื้อฟื้น ความสัมพันธ์กับแม่ และสร้างความหมายให้กับอัตลักษณ์ของตนภาพลักษณ์ของแม่และลูกสาวที่ปรากฏในนวนิยายจึงมีความซับซ้อน แม่ที่ปรากฏในงานเขียนไม่เป็นเพียงผู้ให้กำเนิดแต่ยังเป็นผู้ดำรงรักษาวัฒนธรรม นอกจากนี้แม่ยังแสดงบทบาทในฐานะผู้นำและผู้นำทางจิตวิญญาณ ภาพลักษณ์ของลูกสาวที่ปรากฏในงานเขียนที่ศึกษามีความหลากหลายเช่นกัน ลูกสาวเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมต่อจากแม่ และยังเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่พยายามผสานความต่างทางวัฒนธรรมอีกด้วย

บรรณานุกรม :
ฐิติมา กมลเนตร . (2548). สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฐิติมา กมลเนตร . 2548. "สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฐิติมา กมลเนตร . "สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ฐิติมา กมลเนตร . สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด: การศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์แม่-ลูกสาว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.