ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ
นักวิจัย : ปรีชา ทดนาที
คำค้น : EGSB , GRANULAR SLUDGE , LOW STRENGTH WASTEWATER
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001486
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของระบบอีจีเอสบีรวมกับเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันในการบำบัดน้ำเสียชุมชนที่มีความเข้มข้นต่ำ แบ่งการทดลองเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเป็นการศึกษาช่วงเริ่มต้นระบบ โดยศึกษาผลของการใช้เม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดรคตและเม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากน้ำเสียประเภทโปรตีนต่อประสิทธิภาพของระบบอีจีเอสบี ช่วงที่สองเป็นการศึกษาผลของความเร็วไหลขึ้นต่อประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงของเม็ดตะกอนจุลินทรีย์กำหนดความเร็วไหลขึ้นเท่ากับ 3.5, 5.7 และ 10ม./ชม. และศึกษาผลการเติมโคบอลต์และแคลเซียมต่อประสิทธิภาพของระบบอีจีเอสบี รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเม็ดตะกอนจุลินทรีย์ โดยกำหนดอัตราส่วนซีโอดีน้ำเข้าต่อแคลเซียมโคบอลต์ที่เติมประมาณ 100:0.3:0.008 ผลการศึกษาช่วงแรก พบว่า ระบบอีจีเอสบีที่ใช้เม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากแหล่งน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน สามารถปรับตัวเข้าสู่สภาวะคงตัว ประมาณ 30 วัน หลังจากเริ่มต้นระบบ ส่นประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีในช่วงสภาวะคงตัวมีค่าเท่ากับร้อยละ 72 และร้อยละ 74 สำหรับระบบอีจีเอสบีที่ใช้เม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากแห่งน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ตามลำดับ ที่ความเร็วไหลขึ้นคงที่ 7 ม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วไหลขึ้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จากผลการทดลอง พบว่าระบบอีจีเอสบีที่ใช้เม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากแหล่งน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนมีประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ใกล้เคียงกัน ผลการศึกษาช่วงที่สอง พบว่า ระบบอีจีเอสบีที่ใช้ร่วมกับเม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากแหล่งน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดตรที่ความเร็วไหลขึ้น 3.5,5.7 และ 10ม./ชม. มีค่าบีโอดีในน้ำออกเท่ากับ 33,28,27 และ 30 มก./ล.ตามลำดับ คิดเป็นประสิทธิภาพการกำจัดบีโอดีร้อยละ 61, 65, 66 และ 63 ตามลำดับ และระบบอีจีเอสบีที่ใช้ร่วมกับเม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากแหล่งน้ำเสียประเภทโปรตีน ที่ความเร็วไหลขึ้น 3.5, 5.7 และ 10ม./ชม.มีค่าบีโอดีในน้ำออกเท่ากับ 312,27,26 และ 29 มก./ล. ตามลำดับ คิดเป็นประสิทธิภาพการกำจัดบีโอดีร้อยละ62,67,68 และ 65 ตามลำดับ จากผลการทดลอง พบว่าค่าความเร็วไหลขึ้นที่ 7 ม./ชม. ทำให้ระบบอีจีเอสบีมีประสิทธิภาพกำจัดสารอินทรีย์สูงสุดคือสามารถลดค่าบีโอดีในน้ำออกให้เหลือเพียง 26-27 มก./ล. ซึ่งมีค่าใกล้เคียงค่าบีโอดี 20 มก./ล. ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากอาคารจึงแนะนำความเร็วไหลขึ้นที่ 7 ม./ชม. เป็นค่าที่เหมาะสมต่อการเดินระบบอีจีเอสบี ขณะที่ภายหลังการเติมคาร์โคบอลต์และแคลเซียมเป็นเวลา 60 วัน ทำให้ระบบอีจีเอสบีมีประสิทธิภาพกำจัดซีโอดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 3-9 ประสิทธิภาพกำจัดบีโอดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 7-11 และค่าความสามารถจำเพาะเพิ่มขึ้นร้อยละ 13-57 ส่งผลให้บีโอดีน้ำออกเหลือเพียง 21-25 มก./ล. ซึ่งมีค่าใกล้เคียงค่าบีโอดี 20 มก./ล.ซึ่งเป็นมาตรฐานน้ำทิ้ง ดังนั้น การใช้กระบวนการอีจีเอสบีร่วมกับเม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากน้ำเสียประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนต่างก็มีความเหมาะสมในการบำบัดน้ำชุมชนที่มีความเข้มข้นต่ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
ปรีชา ทดนาที . (2547). ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา ทดนาที . 2547. "ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา ทดนาที . "ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
ปรีชา ทดนาที . ผลของเม็ดตะกอนหัวเชื้อจุลินทรีย์จากแหล่งต่างกันต่อการเดินระบบอีจีเอสบีในการบำบัดน้ำเสียความเข้มข้นต่ำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.