ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ
นักวิจัย : พงษ์ศักดิ์ ทนงธนะสิทธิ์
คำค้น : DIRECT EVAPORATIVE , COOLING TECHNIQUE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001215
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผนังอาคารเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกอาคารที่ได้รับอิทธิพลความร้อนจากดวงอาทิตย์ผ่านเข้าสู่อาคาร โดยได้รับความร้อนที่เกิดจากอุณหภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมภายนอกที่สูงขึ้น การลดอุณหภูมิให้กับผนังอาคารโดยการระเหยของน้ำ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะลดอุณหภูมิที่สูงขึ้นของผนังซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิภายในอาคารลดต่ำลง วัตถุประสงค์ของการวิจัย เป็นการศึกษาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการลดอุณหภูมิของผนังโดยใช้การระเหยของน้ำที่ผิวผนังด้านนอก และเสนอแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้งาน งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงทดลองโดยใช้กล่องทดลองและเก็บข้อมูลตามสภาพอากาศจริง ซึ่งแบ่งขั้นตอนการศึกษาเป็น 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก ศึกษาสมบัติของวัสดุเพื่อเลือกวัสดุที่เหมาะสมในการทำผนังที่ลดอุณหภูมิโดยใช้การระเหยของน้ำ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ ค่าการดูดซึมน้ำค่าการนำความร้อน มวลสารและวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการลดอุณหภูมิของผนังโดยใช้การระเหยของน้ำ ได้แก่ พื้นที่ผิวสัมผัส อุณหภูมิน้ำที่ใช้ในการระเหย ทิศทางการวางผนังและสภาพแวดล้อม ขั้นตอนที่ 3 เสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้งาน วัสดุที่นำมาทดสอบได้แก่ อิฐมอญ อิฐทนไฟ อิฐทนไฟรูพรุนสูง อิฐมวลเบา อิฐมอญอัดมือและบล็อกประสาน พบว่าบล็อกประสานมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้เป็นผนังที่ใช้การระเหยของน้ำ เพื่อทำการทดลองเนื่องจากมีค่าความสามารถดูดซึมน้ำสูง ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการลดอุณหภูมิของผนังโดยใช้การระเหยของน้ำ ได้แก่ ทิศทางของการวางผนังโดยการวางหันหน้าเข้าหากระแสลมจะมีอุณหภูมิอากาศในกล่องทดลองต่ำสุดเมื่อเทียบกับการวางผนังไปทางทิศอื่นๆ พื้นที่ผิวสัมผัสน้ำโดยผนังที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากจะมีอุณหภูมิอากาศในกล่องทดลองต่ำกว่าผนังที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสน้อย อุณหภูมิน้ำที่ใช้ในการระเหยในการทดลองพบว่าควบคุมได้ยากเนื่องจากอุณหภูมิน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิอากาศส่วนสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อผนังที่ใช้การระเหยของน้ำโดยผนังที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้จะมีอุณหภูมิอากาศในกล่องทดลองต่ำกว่าผนังที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง เนื่องจากอิทธิพลของรังสีดวงอาทิตย์น้อยกว่าผนังที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง นอกจากนี้ได้ทำการศึกษาผนังคอนกรีตมวลเบาที่ใช้การระเหยของน้ำเปรียบเทียบกับผนังคอนกรีตมวลเบาที่ไม่ใช้การระเหยของน้ำเนื่องจากเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในปัจจุบัน พบว่าผนังคอนกรีตมวลเบาที่ใช้การระเหยของน้ำมีอุณหภูมิอากาศในกล่องทดลองต่ำกว่าผนังคอนกรีตมวลเบาที่ไม่ใช้การระเหยของน้ำ โดยผนังคอนกรีตมวลเบาที่ใช้การระเหยของน้ำมีอุณหภูมิอากาศสูงสุดในกล่องทดลองต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศสูงสุดในกล่องทดลองของผนังคอนกรีตมวลเบาที่ไม่ใช้การระเหยของน้ำ 2.33 องศาเซลเซียส และต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศสูงสุด 4.82 องศาเซลเซียสและได้ทำการศึกษาผนังบล็อกประสานที่ใช้การระเหยของน้ำเปรียบเทียบกับผนังสังกะสีที่ใช้การระเหยของน้ำซึ่งเป็นผนังที่ไม่มีอิทธิพลจากมวลสาร พบว่าผนังสังกะสีที่ใช้การระเหยของน้ำมีอุณหภูมิอากาศสูงสุดในกล่องทดลองต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศสูงสุดในกล่องทดลองผนังบล็อกประสานที่ใช้การระเหยของน้ำ 3.43 องศาเซลเซียส และต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศสูงสุด9.41 องศาเซลเซียส จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำเหมาะกับอาคารที่ไม่ใช้ระบบปรับอากาศ และผนังต้องไม่ได้รับอิทธิพลจากรังสีดวงอาทิตย์โดยตรง ซึ่งมีแนวทางในการนำไปประยุกต์โดย คุณสมบัติวัสดุควรมีค่าการนำความร้อนสูง มีความสามารถกันความชื้น และไม่มีอิทธิพลของมวลสาร ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผนังได้แก่ ทิศทางการวางผนัง พื้นที่ผิวสัมผัสน้ำ สภาพแวดล้อม

บรรณานุกรม :
พงษ์ศักดิ์ ทนงธนะสิทธิ์ . (2547). การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พงษ์ศักดิ์ ทนงธนะสิทธิ์ . 2547. "การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พงษ์ศักดิ์ ทนงธนะสิทธิ์ . "การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
พงษ์ศักดิ์ ทนงธนะสิทธิ์ . การลดความร้อนให้กับผนังอาคารโดยการประยุกต์ใช้การระเหยของน้ำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.