ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.)
นักวิจัย : พงศ์กมล พงศ์สยาม
คำค้น : MULBERRY WINE , SINGLE ICE CRYSTAL FREEZE CONCENTRATION , SUSPENSIONFREEZE CONCENTRATION , VACUUM EVAPORATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000872
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตของไวน์หม่อนโดยใช้น้ำตาลที่มีอยู่ในผลไม้ (โดยไม่เติมน้ำตาล) พร้อมทั้งศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพและเคมีของไวน์ที่ได้ในขั้นแรกได้ทำการศึกษาหาสภาวะที่ดีที่สุดในการทำเข้มข้นแบบจำลองเอทานอล-น้ำโดยการแช่เยือกแข็งแบบผลึกเดี่ยว แปรความเข้มข้นเริ่มต้น 3 ระดับ คือ5, 7.5 และ 10% v/v อัตราเร็วการเกิดผลึกน้ำแข็ง (u) 3 ระดับคือ 0.5, 1 และ2 cm/hr ความเร็วรอบใบกวน (Nr) 3 ระดับ คือ 300, 800 และ 1200 rpm พบว่าที่ทุกความเข้มข้นอัตราเร็วการเกิดผลึกน้ำแข็ง และความเร็วรอบใบกวนจะมีอิทธิพลร่วมต่อค่าสัมประสิทธิ์การแยก (effective partition constant : K) โดยการเพิ่มความเร็วรอบใบกวนและลดอัตราเร็วการเกิดผลึกน้ำแข็งจะส่งผลให้ค่า K ต่ำลง โดยสภาวะที่ให้ค่า K ต่ำที่สุดที่ความเข้มข้น5% v/v คือ u = 0.5 cm/hr = 1200 rpm ซึ่งให้ค่า K = 0.23 แต่ไม่แตกต่างกับสภาวะที่u = 1 cm/hr Nr = 1200 rpm อย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05) ที่มีค่า K = 0.25 ส่วนที่ความเข้มข้น 7.5 และ 10% v/v คือ u = 0.5 cm/hr Nr = 1200 rpm ที่มีค่า K = 0.23 และ0.35 ตามลำดับ จากนั้นเลือกสภาวะที่เหมาะสมได้จากการทดลองข้างต้น คือ ที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 7.5% v/v เลือก u = 1 cm/hr Nr = 1200 rpm ส่วนที่ความเข้มข้นมากกว่า 7.5% v/vเลือก u = 0.5 cm/hr Nr = 1200 rpm มาใช้ในการทำเข้มข้นไวน์หม่อนที่ผลิตโดยไม่เติมน้ำตาล พบว่าสามารถเพิ่มความเข้มข้นของเอทานอลในไวน์ทั้ง 2 ชนิดจาก 5.5%v เป็น 11.2-11.4%v/vซึ่งมีความเข้มข้นไม่แตกต่างกับไวน์หม่อนทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05) และความเข้มข้นขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ ของแข็งที่ละลายได้ แอนโทไซยานิน น้ำตาลรีดิวซ์สารประกอบฟีนอล กรดทั้งหมด กรดระเหย เมทานอล เอสเทอร์ และอะเซทาลดีไฮด์สูงขึ้นเช่นกันโดยเมทานอลที่ได้มีความเข้มข้นสูงกว่า 941 mg/l ซึ่งสูงกว่าค่าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนด (420 mg/l) ดังนั้นการทำเข้มข้นไวน์หม่อนที่หมักโดยไม่เติมน้ำตาลไม่สามารถนำมาใช้ในการผลิตไวน์หม่อนได้ จึงศึกษาการผลิตไวน์จากน้ำหม่อนที่ผ่านกระบวนทำเข้มข้นโดยการระเหยแบบสุญญากาศ และการแช่เยือกแข็งแบบผลึกแขวนลอยจนได้ปริมาณของแข็งที่ละลายได้เป็น 20(+,ฐ)Brix พบว่าไวน์หม่อน 2 ชนิดที่ได้มีความเข้มข้นเมทานอล 101และ 180 mg/l ตามลำดับ ซึ่งไม่เกินค่าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดส่วนความเข้มข้นขององค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ เอทานอล 11.0, 10.4% v/v ของแข็งที่ละลายได้9 และ 8 (+,ฐ)brix น้ำตาลรีดิวซ์ 0.32 และ 0.1 g/100ml กรดทั้งหมด 0.48 และ 0.56 g/100mlกรดระเหย 0.22 และ 0.46 g/100ml สารประกอบฟีนอล 5497 และ 3295 mg/l แอนโทไซยานิน747 และ 299 mg/l เอสเทอร์ 316 และ 308 mg/l อะเซทาลดีไฮด์ 60 และ 40 mg/l ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
พงศ์กมล พงศ์สยาม . (2547). การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พงศ์กมล พงศ์สยาม . 2547. "การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พงศ์กมล พงศ์สยาม . "การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
พงศ์กมล พงศ์สยาม . การใช้วิธีทำให้เข้มข้นในการผลิตไวน์หม่อน (~iMorus alba~i L.). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.