ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย
นักวิจัย : เบญจลักษณ์ สีเกิดพงษ์
คำค้น : HEALT BELIFE , SOCIAL SUPPORT , HEALTH BEHAVIOR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000671
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ ลักษณะของครอบครัวและรายได้ของครอบครัว ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย อายุ 9-12 ปีที่มาตรวจที่ตึกผู้ป่วยนอกคลินิกโรคธาลัสซีเมีย เลือกกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 190 ราย ที่ได้มาจากการเลือกอย่างเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพ 3) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม และ 4) แบบสอบพฤติกรรมสุขภาพ ได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิและค่าความเที่ยงจากการคำนวนค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ของแบบสอบถามส่วนที่ 2,3 และ 4 มีค่าเท่ากับ.71, .79 และ .68 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ Chi - square ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า : 1. พฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมียมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.53 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .21 (จากมาตราส่วน 3 ระดับ) 2. ลักษณะของครอบครัว มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพเด็กโรคธาลัสซีเมีย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 (r=.183) 3. ความเชื่อด้านสุขภาพ และการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=.27 และ .49 ตามลำดับ) 4. การสนับสนุนทางสังคม สามารถพยากรณ์พฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมียได้ร้อยละ 24.1(R('2) =.241) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) สามารถสร้างสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานดังนี้ พฤติกรรมสุขภาพ = .491 (การสนับสนุนทางสังคม)

บรรณานุกรม :
เบญจลักษณ์ สีเกิดพงษ์ . (2547). ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เบญจลักษณ์ สีเกิดพงษ์ . 2547. "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เบญจลักษณ์ สีเกิดพงษ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
เบญจลักษณ์ สีเกิดพงษ์ . ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.