| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลและความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา หรืออินเตอร์เฟอรอนอัลฟา ร่วมกับไรบาไวรินในผู้ป่วยไทยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ |
| นักวิจัย | : | ศิริณา อัญญะสิมาพันธ์ |
| คำค้น | : | CHRONIC HEPATITIS C , PEGINTERFERON , INTERFERON , RIBAVIRIN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000264 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผล และความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา (PEG-IFN(+,a)) และอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา (IFN(+,a))เมื่อใช้ร่วมกับไรบาไวริน (RBV) ในการรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยไทยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จีโนไทป์ที่แตกต่างกับประเทศทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาทำการศึกษาโดยเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่มารับการรักษา ณ โรงพยาบาลพระมงกฎเกล้าโรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2543 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2548 จากการเก็บข้อมูลและคัดเลือกผู้ป่วยตามเกณฑ์ ได้จำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 261 รายแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับ PEG-IFN(+,a) ร่วมกับ RBV 131 ราย และกลุ่มที่ได้รับ IFN(+,a) ร่วมกับ RBV 130 ราย เมื่อทำการศึกษาประสิทธิผล พบว่า ผลการรักษาโดยรวมในผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกันโดยกลุ่มที่ได้ PEG-IFN(+,av) ร่วมกับ RBV มีsustained virological response (SVR) ร้อยละ 61.1 และกลุ่มที่ได้ IFN(+,a) ร่วมกับRBV มี SVR ร้อยละ 60.8 (p = 0.60) เมื่อพิจารณาตามจีโนไทป์ ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อจีโนไทป์ 1 พบว่า PEG-IFN(+,a) ร่วมกับ RBV ให้ผลการรักษาดีกว่า IFN(+,a) ร่วมกับRBV อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมี SVR ร้อยละ 58.2 และ 38.9 ตามลำดับ (p = 0.04)สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ใช่จีโนไทป์ 1 พบว่า อัตราการมี SVR ไม่แตกต่างกัน สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น พบว่า ทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกัน ส่วนอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบเลือดในกลุ่มที่ได้ PEG-IFN(+,a) ร่วมกับ RBV สูงกว่ากลุ่มที่ได้ IFN(+,a) ร่วมกับ RBV โดยอัตราการเกิดภาวะเลือดจางเท่ากับร้อยละ 84.7 และ69.2, อัตราการเกิด neutropenia เท่ากับร้อยละ 61.1 และ 21.5 และอัตราการเกิดภาวะเกล็ดเลือดน้อยเท่ากับร้อยละ 43.5 และ 19.1 ตามลำดับ ระดับ Hb และเกล็ดเลือดในกลุ่มที่ได้ PEG-IFN(+,a) ลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้ IFN(+,a) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( P= 0.03และ p < 0.001) โดย PEG-IFN(+,a) ทำให้ Hb ลดลง 3.61 (+,ฑ) 1.32 ก./ดล. และเกล็ดเลือดลดลง 62,206 (+,ฑ) 35,755 เซลล์/มคล. ส่วน IFN(+,a) ทำให้ Hb ลดลง 3.24 (+,ฑ) 1.36 ก./ดล.,และเกล็ดเลือดลดลง 40,903 (+,ฑ) 38,102 เซลล์/มคล. สำหรับปัจจัยที่สัมพันธ์กับการมี SVRวิเคราะห์โดยใช้ multiple logistic regression วิธี stepwise ได้แก่ จีโนไทป์, พยาธิวิทยาของตับและการได้รับยาครบตามขนาดและระยะเวลาอย่างน้อยร้อยละ 80 ซึ่งได้สมการที่ใช้ทำนายโอกาสการตอบสนองต่อการรักษาได้ถูกต้องกับเหตุการณ์จริงร้อยละ 67.7 อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบความเที่ยงตรงของสมการต่อไป การศึกษาครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลจากเวชระเบียน ข้อมูลที่ได้จึงยังไม่ครบถ้วนโดยเฉพาะในส่วนของอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการมี SVRบางปัจจัย เช่น ระดับ GGT (gamma glutaryl transferase) ก่อนการรักษาเป็นต้น ดังนั้นควรมีการติดตามแบบไปข้างหน้าต่อไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริณา อัญญะสิมาพันธ์ . (2547). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา หรืออินเตอร์เฟอรอนอัลฟา ร่วมกับไรบาไวรินในผู้ป่วยไทยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิริณา อัญญะสิมาพันธ์ . 2547. "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา หรืออินเตอร์เฟอรอนอัลฟา ร่วมกับไรบาไวรินในผู้ป่วยไทยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิริณา อัญญะสิมาพันธ์ . "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา หรืออินเตอร์เฟอรอนอัลฟา ร่วมกับไรบาไวรินในผู้ป่วยไทยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. ศิริณา อัญญะสิมาพันธ์ . ประสิทธิผลและความปลอดภัยของเพกอินเตอร์เฟอรอน อัลฟา หรืออินเตอร์เฟอรอนอัลฟา ร่วมกับไรบาไวรินในผู้ป่วยไทยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
