| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยวิธี Sabin-Feldman Dye Test กับวิธี Indirect FluorescentAntibody Test ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร |
| นักวิจัย | : | ธีระชัย กุศลสุข |
| คำค้น | : | ~uTOXOPLASMA GONDII~u , DYE TEST , IFAT , AIDS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000148 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาชนิดตัดขวาง (Cross-sectional descriptive study) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว (toxoplasmosis) โดยใช้วิธีDye Test กับ วิธี IFAT ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร โดยทำการเก็บตัวอย่างเลือดและสอบถามข้อมูลต่างๆ จากผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 300 ราย โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย ณแผนกผู้ป่วยนอก ระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2548 ถึง 10 มีนาคม 2548 ผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่าประชากรตัวอย่าง เป็นเพศชายต่อเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 52.7:47.3 อายุของประชากรส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 20-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 70.0(210/300) อาชีพส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 37.0 (111/300) ร้อยละ 78.0 (234/300)ได้รับการวินิจฉัยติดเชื้อไวรัสเอชไอวีนานกว่า 1 ปี การตรวจวินิจฉัยโรคขี้แมวด้วยวิธีDye Test พบมีอัตราความชุกร้อยละ 3.7 (11/300) ในขณะที่วิธี IFAT ตรวจพบการติดเชื้อขี้แมวร้อยละ 6.67 (20/300) และจากการคำนวณเพื่อเปรียบเทียบค่าความไว (Sensitivity)ค่าความจำเพาะ (Specificity) และค่าความถูกต้อง (Accuracy) ของวิธี IFAT เท่ากับ63.64%, 95.50% และ 94.33% ตามลำดับ ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์ค่าการยอมรับ (AgreementKappa) พบได้ค่า K=0.42 ซึ่งเป็นค่าการยอมรับที่ระดับพอใช้ได้ถึงดี สำหรับการวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์ระหว่างอัตราความชุกของโรคขี้แมวนั้น พบว่ามีความสัมพันธ์กับจำนวน CD4T-lymphocyte count ที่น้อยกว่า 200 /cu.mm. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.026)ในขณะปัจจัยอื่น เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยด้านสุขภาพ หรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อขี้แมว เช่น การสัมผัสคลุกคลีกับแมว การบริโภคเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ นั้นล้วนแต่ไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราความชุกของโรคขี้แมว (p>0.05) จากการวิจัยพบว่าวิธี IFAT มีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยเฉพาะการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยไม่ติดเชื้อ จากกลุ่มที่ไม่เป็นโรคได้ดี เนื่องจากมีค่าความจำเพาะสูงสำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งต่อไปการศึกษากลุ่มผู้ป่วยที่มีจำนวน CD4 T-lymphocyte countที่ต่างกัน และการศึกษาแบบไปข้างหน้า น่าจะเป็นประโยชน์ |
| บรรณานุกรม | : |
ธีระชัย กุศลสุข . (2547). การเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยวิธี Sabin-Feldman Dye Test กับวิธี Indirect FluorescentAntibody Test ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีระชัย กุศลสุข . 2547. "การเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยวิธี Sabin-Feldman Dye Test กับวิธี Indirect FluorescentAntibody Test ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีระชัย กุศลสุข . "การเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยวิธี Sabin-Feldman Dye Test กับวิธี Indirect FluorescentAntibody Test ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. ธีระชัย กุศลสุข . การเปรียบเทียบการวินิจฉัยโรคขี้แมว โดยวิธี Sabin-Feldman Dye Test กับวิธี Indirect FluorescentAntibody Test ในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ ณ สถาบันบำราศนราดูร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
