ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ
นักวิจัย : ธนะกุล วรรณประเสริฐ
คำค้น : NEUROVASCULAR ANATOMY , PENIS , SEX REASSIGNMENT SURGERY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000127
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~bวัตถุประสงค์~b เพื่อศึกษากายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดบริเวณ shaftและ hilum ขององคชาต รวมทั้งเส้นประสาทที่ไปยัง glans penis สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ และการผ่าตัดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับองคชาตต่อไป ~bวิธีดำเนินการวิจัย~b ทำการศึกษาเส้นทางและรูปแบบของ deep dorsal veins,dorsal arteries และ dorsal nerves ตลอดความยาวของ shaft ในอาจารย์ใหญ่ที่เสียชีวิตใหม่ๆ จำนวน 32 ท่าน ในส่วนบริเวณ hilum ทำการ dissect อาจารย์ใหญ่เพศชายที่เก็บรักษาแบบ soft-preserved จำนวน 11 ท่าน สังเกตและบันทึกข้อมูลของเส้นประสาทและหลอดเลือดแดงที่พบ นอกจากนี้ยังใช้การวิเคราะห์ทาง immunohistochemistry ในการศึกษาการกระจายตัวของเส้นประสาทที่ไปยัง glans penis และลักษณะของ genital corpuscles ในชิ้นเนื้อเยื่อของอาจารย์ใหญ่เพศชาย 32 ท่าน และยังทำการศึกษาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่พบใน glansclitoris จากชิ้นเนื้อเยื่ออาจารย์ใหญ่เพศหญิงจำนวน 3 ท่าน ~bผลการศึกษา~b จากการศึกษาที่ shaft พบว่าในอาจารย์ใหญ่ 22 ท่าน จากทั้งหมด32 ท่าน มี dorsal arteries ทั้ง 2 ข้าง (ซ้าย-ขวา) ขณะที่ในอาจารย์ใหญ่ 10 ท่านที่เหลือมี dorsal arteries เส้นเดียว มักเป็นข้างซ้าย ระยะทางเฉลี่ยระหว่าง dorsal arteriesทั้ง 2 ข้างที่คอขององคชาต เท่ากับ 1.77 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามในอาจารย์ทุกท่านพบว่ามี dorsal nerves ทั้ง 2 ข้าง จากส่วนฐานถึงส่วนคอขององคชาต dorsal nerves แตกแขนงออกเป็นเส้นย่อยหลายเส้นในทิศทางขนานกัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ทอดตัวตามผิวทางด้าน dorsolateral ของ shaft และแทงผ่านเข้าไปเลี้ยงในส่วนของ glanspenis ส่วนกลุ่มที่ 2 ทอดตัวแผ่ออกไปทางด้านข้างของ shaft ไปเลี้ยงด้านข้างและด้านท้องของ shaft ระยะทางเฉลี่ยระหว่างเส้นประสาทแขนงหลักใกล้แนวกลางทั้ง 2 ข้างที่ไปสู่glans เท่ากับ 1.18 เซนติเมตร ตรงบริเวณ hilum พบว่าหลอดเลือดที่มาเลี้ยงองคชาตมีการผันแปรของรูปแบบค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่น การพบ accessory pudendal arteriesซึ่งเป็นหลอดเลือดเสริมที่มาเลี้ยงองคชาต การพบว่า cavernous และ bulbourethralarteries มีหลายเส้น และมีจุดกำเนิดมาได้จากหลายที่ เป็นต้น สำหรับผลที่ได้จากการวิเคราะห์ทาง immunohistochemistry แสดงให้เห็นว่า dorsal nerves ที่เข้าสู่ glans จะแตกแขนงย่อยลงเรื่อยๆ และพบอยู่หนาแน่นรอบ urethra ตรงส่วนปลายของ glans นอกจากนี้ยังพบความแตกต่างทั้งในด้านโครงสร้างภายในและลักษณะของ genital corpuscles ระหว่าง glanspenis และ glans clitoris ~bสรุปผล~b ข้อมูลทางกายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาต ซึ่งได้จากงานวิจัยในครั้งนี้ จะให้แนวทางที่มีประโยชน์สำหรับการนำไปใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ รวมทั้งการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับองคชาตและการผ่าตัดในเชิงกรานอีกด้วย

บรรณานุกรม :
ธนะกุล วรรณประเสริฐ . (2547). กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธนะกุล วรรณประเสริฐ . 2547. "กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธนะกุล วรรณประเสริฐ . "กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
ธนะกุล วรรณประเสริฐ . กายวิภาคของระบบประสาทและหลอดเลือดในองคชาตเพื่อประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดแปลงเพศ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.