| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า |
| นักวิจัย | : | วรานนท์ อมรธำรง |
| คำค้น | : | COMPETITION LAW , ANTI-MONOPOLY LAW , ADMINISTRATION , ENFORCEMENT , INSTITUTIONAL ARRANGEMENT , U.S. , JAPAN , GERMAN , THAI |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000047 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดตลอดระยะเวลาประมาณ 5 ปีนับแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้เป็นที่มาให้ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่ามีสาเหตุจากความบกพร่องของกฎหมายซึ่งจัดตั้งองค์กรรวมทั้งอำนาจและหน้าที่ในการควบคุมกฎหมายสาระสำคัญของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาถึงระบบกฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยโดยเฉพาะในการจัดวางโครงสร้างองค์กรกำกับดูแลกฎหมายรวมถึงขอบเขตของอำนาจและหน้าที่ซึ่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ได้จัดตั้งขึ้น โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบกับระบบกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเยอรมัน จากการศึกษาพบว่าในระบบกฎหมายของต่างประเทศทุกประเทศได้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นเพื่อกำกับดูแลกฎหมาย ซึ่งรูปแบบนี้มีที่มาจาก Independent Regulatory Agency ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประเทศญี่ปุ่นนำแนวทางการจัดตั้ง Federal Trade Commission (FTC)มาประยุกต์เป็น Japan FAir Trade Commission และในประเทศเยอรมันที่แม้จะมี FederalCartel Office อันเป็นรูปแบบที่พัฒนาขึ้นเองแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามิได้รับอิทธิพลมาจากFTC โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าอันเป็นองค์กรกำกับดูแลของรัฐที่มีอยู่ในประเทศไทยปรากฏชัดว่าลักษณะทางโครงสร้างขององค์กรขาดความเป็นอิสระ สำหรับปัญหาขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าผู้วิจัยได้วิเคราะห์ผ่านทางประเด็นความโปร่งใสในกระบวนการบริหารและบังคับใช้กฎหมายและประเด็นการเยียวยาเมื่อเกิดการฝ่าฝืนกฎหมายขึ้น และพบว่ามีมาตรการหลายประการที่มิได้มีอยู่ในระบบกฎหมายไทยซึ่งมีความน่าสนใจและน่าจะมีความเหมาะสมในการนำมาปรับใช้ เช่น การกำหนดแนวทางปฏิบัติ การออกคำเตือน การให้คำแนะนำและการนำโทษปรับทางปกครองมาใช้แทนโทษทางอาญา เป็นต้น โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงการกำหนดองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการตามหลักศุภนิติกระบวนซึ่งในระบบกฎหมายต่างประเทศที่ทำการศึกษาจะมีกระบวนการทบทวนโดยศาลที่เรียกว่า JudicialReview อันเป็นการตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการ และบทบาทของเอกชนอันเป็นส่วนเสริมของระบบการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าที่ในประเทศไทยยังขาดการให้อำนาจเอกชนฟ้องขอคำสั่งศาลให้หยุดกระทำการ และการเรียกร้องค่าเสียหายยังมีความยากในการบังคับใช้ตามสภาพความเป็นจริง ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะให้ทำการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กล่าวคือ ปฏิรูปการจัดวางโครงสร้างองค์กรเสียใหม่โดยให้คณะกรรมการมีความเป็นอิสระและมีกระบวนการJudicial Review ตรวจสอบการใช้อำนาจ และเพิ่มเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่การเตือน การให้คำแนะนำ การสร้างกฎเกณฑ์ทางการค้า การกำหนดค่าปรับโดยคณะกรรมการและการให้สิทธิแก่เอกชนเพิ่มเติมให้สามารถปกป้องสิทธิของตนและเป็นแรงจูงใจในการบังคับใช้กฎหมายอีกทางหนึ่ง |
| บรรณานุกรม | : |
วรานนท์ อมรธำรง . (2547). การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรานนท์ อมรธำรง . 2547. "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรานนท์ อมรธำรง . "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. วรานนท์ อมรธำรง . การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
