| ชื่อเรื่อง | : | การติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า |
| นักวิจัย | : | จริยา เจริญยิ่ง |
| คำค้น | : | WARFARIN MONITORING SERVICE , PROSTHETIC HEART VALVE , PHARMACY SERVICE , PATIENT COMPLIANCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001592 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาถึงผลของการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมโดยเภสัชกร โดยเปรียบเทียบ 1) ผลสำเร็จทางคลินิกระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการติดตามดูแลโดยเภสัชกรและกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการตามปกติโดยไม่มีเภสัชกรติดตามดูแล ตัวชี้วัดได้แก่ การควบคุมค่าINR การเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและการเกิดภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือด 2)ความรู้เรื่องยาวาร์ฟารินและการดูแลปฏิบัติตนของผู้ป่วยขณะใช้ยานี้ 3) ความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย ตลอดจนศึกษาความพึงพอใจของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีต่อการให้บริการโดยเภสัชกร ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม จำนวน 243 คน ซึ่งมารับบริการที่คลินิกศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2546ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2547 แบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มควบคุมจำนวน 121 คน ได้รับบริการจากโรงพยาบาลตามปกติ กลุ่มศึกษาจำนวน 122 คน ได้รับบริการเพิ่มจากเภสัชกรติดตามผลการรักษารวม 3 ครั้ง ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มศึกษาจำนวนร้อยละ 54.9, 63.9 และ 78.7 กลุ่มควบคุมร้อยละ 51.2, 52.1 และ 55.4 มีค่า INR อยู่ในช่วงการรักษา (2.0-3.0) ในการติดตามผลครั้งที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ โดยกลุ่มศึกษามีค่าเฉลี่ยร้อยละของจำนวนผู้ป่วยที่มีค่า INR อยู่ในช่วงการรักษา มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) พบภาวะเลือดออกผิดปกติในกลุ่มศึกษา 9, 8 และ 2 ครั้ง กลุ่มควบคุม 8,10 และ 3 ครั้งตามลำดับ ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05)ภาวะเลือดออกผิดปกติชนิดรุนแรง ได้แก่ เลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในปัสสาวะพบในกลุ่มศึกษา 2 ครั้ง กลุ่มควบคุม 3 ครั้ง ภาวะเลือดออกที่ไม่รุนแรงที่พบในทั้งสองกลุ่ม เช่น จ้ำเลือดตามผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น พบภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดในกลุ่มควบคุม 3, 3 และ 1 ครั้งตามลำดับ แต่ไม่พบว่าเกิดในกลุ่มศึกษา พบอาการที่บ่งชี้ว่าอาจเกิดภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดในกลุ่มศึกษา1, 3 และ 1 ครั้ง กลุ่มควบคุม 4, 4 และ 4 ครั้ง ตามลำดับ แต่ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) เมื่อเปรียบเทียบผลของการให้ความรู้และความร่วมมือในการใช้ยา พบว่ากลุ่มศึกษามีระดับความรู้เพิ่มขึ้นทุกหมวดและมีความร่วมมือในการใช้ยาเพิ่มขึ้นโดยแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งสองประเด็น (p<0.05) ผู้ป่วยที่ได้รับบริการจากเภสัชกรมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดี (4.39(+,ฑ)0.34)เมื่อประเมินความพึงพอใจของบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (4.82(+,ฑ)0.27) โดยร้อยละ 100.00 เห็นว่าการให้บริการโดยเภสัชกรสามารถช่วยทำให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และควรนำโครงการนี้มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษานี้แสดงว่าเภสัชกรสามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลสำเร็จทางคลินิกสามารถควบคุมระดับการรักษาของยาวาร์ฟารินให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มพูนความรู้และความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย |
| บรรณานุกรม | : |
จริยา เจริญยิ่ง . (2546). การติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จริยา เจริญยิ่ง . 2546. "การติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จริยา เจริญยิ่ง . "การติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. จริยา เจริญยิ่ง . การติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
