ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
นักวิจัย : วิภาวรรณ เรืองวิทยาวงศ์
คำค้น : ANTIMICROBIAL , HOSPITAL-ACQUIRED URINARY TRACT INFECTION , DRUG THERAPY PROBLEMS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001582
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพในแง่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษาแบบคาดการณ์ ชนิดและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ารวมทั้งปัญหาจากการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2545 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ.2546 ผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาล 110 ราย เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อายุเฉลี่ย 70.1(+,ฑ)13.95 ปี ได้รับการคาสายสวนปัสสาวะก่อนเกิดการติดเชื้อร้อยละ 60 เชื้อก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ ~iE. coli~i (ร้อยละ 26.1%)เชื้อก่อโรคอื่นที่อาจพบได้บ่อย เช่น ~iCandida~i spp. (ร้อยละ 20.9)~iEnterococci~i spp. (ร้อยละ 15.7) ~iP.aeruginosa~i (ร้อยละ 12.4) ผลความไวของเชื้อ ~iE. coli~i ต่อยา amikacin (ร้อยละ 100) และยากลุ่ม cephalosporinรุ่นที่ 3 (ร้อยละ 50-60) ผู้ป่วยที่พบเชื้อก่อโรคชนิดนี้ร้อยละ 22.2 ได้รับการรักษาแบบคาดการณ์ด้วยยา ceftriaxone และร้อยละ 16.7 ได้รับยา ceftazidimeร่วมกับ amikacin กรณีที่พบเชื้อ ~iCandida~i spp. พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบคาดการณ์ด้วยยา ceftazidime ร่วมกับ amikacin (ร้อยละ 18.2) amphotericin B(ร้อยละ 13.6) และ fluconazole (ร้อยละ 13.6) เชื้อ ~iEnterococci~i spp. พบว่า~iE. faecalis~i ยังไวต่อยา ampicillin แต่ ~iE. faecalis~i ดื้อต่อยา ส่วนเชื้อ~iP.aeruginosa~i มีความไวต่อยา cephalosporin รุ่นที่ 3 และ 4 ร้อยละ 30-40ผู้ป่วยที่พบเชื้อก่อโรคชนิดนี้ได้รับการรักษาแบบคาดการณ์ด้วยยา ceftazidimeร่วมกับ amikacin บ่อยที่สุด คือ ร้อยละ 20 ยาต้านจุลชีพที่แพทย์เลือกสั่งใช้ในการรักษาแบบคาดการณ์บ่อยที่สุดคือ ceftazidime ร่วมกับ amikacin (ร้อยละ 17.8)รองลงมาคือ ceftriaxone (ร้อยละ 14.8) สรุปผลการรักษาแบบคาดการณ์ พบว่าตอบสนองต่อการรักษาร้อยละ 46.5 และไม่ตอบสนองต่อการรักษาร้อยละ 42.6 ผลการตอบสนองของการรักษาแบบคาดการณ์ในผู้ป่วยที่คาและไม่คาสายสวนปัสสาวะนั้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.37) หลังทราบผลการเพาะเชื้อมีการเปลี่ยนแปลงชนิดยาต้านจุลชีพร้อยละ 40.6 ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบคาดการณ์ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดยาร้อยละ 59.4 พบผู้ป่วยที่เกิดการกลับเป็นซ้ำของโรคทางเดินปัสสาวะคิดเป็นร้อยละ 8.2 สรุปผลการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาลพบว่ารักษาโรคหายไปร้อยละ 69.4 สำหรับปัญหาจากการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพพบทั้งสิ้น 44 ครั้งในผู้ป่วย 35 ราย ได้แก่ ปัญหาการสั่งใช้ยา (ร้อยละ 95.5) และอาการไม่พึงประสงค์จากยา (ร้อยละ 4.5) พบว่าปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเป็นปัญหาจากการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพที่มีโอกาสเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับยาอื่นที่มีการใช้ร่วมกัน (ร้อยละ 81.8)อย่างไรก็ตามปัญหาจากการรักษาด้วยยาในการศึกษานี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามีผลกระทบต่อการรักษา

บรรณานุกรม :
วิภาวรรณ เรืองวิทยาวงศ์ . (2546). การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิภาวรรณ เรืองวิทยาวงศ์ . 2546. "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิภาวรรณ เรืองวิทยาวงศ์ . "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
วิภาวรรณ เรืองวิทยาวงศ์ . การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เกิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.