ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546
นักวิจัย : วรวรรณ ผู้มีโชคชัย
คำค้น : JOB STRESS , COPING STRATEGIES , REGISTER NURSES AND TECHNICIAN NURSES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001453
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~bความเป็นมา~b ความเครียดในการทำงานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตการทำงาน วิชาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่มีภาระรับผิดชอบต่อสุขภาพของสังคมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ถ้าพยาบาลเกิดความเครียดและไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและองค์กรได้ ~bวัตถุประสงค์~b เพื่อศึกษาความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิค โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546 ~bรูปแบบการวิจัย~b เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ~bประชากรที่ศึกษา~b พยาบาลวิชาชีพจำนวน 415 คน และพยาบาลเทคนิคจำนวน 268 คนที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่มีการให้การพยาบาล ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546ทั้งหมดโดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง มีผู้ตอบกลับร้อยละ 90.6 (619 คน จากจำนวน 683 คน) ~bเครื่องมือวิจัย~b เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นชนิดตอบเอง เกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางสุขภาพ ปัจจัยครอบครัวและเศรษฐกิจ ปัจจัยทางสังคม ปัจจัยด้านงาน และการจัดการความเครียด ~bการรวบรวมข้อมูล~b ระหว่างเดือนธันวาคม 2546 ถึง กุมภาพันธ์ 2547 ~bสถิติที่ใช้~b Chi-Square test ~bผลการศึกษา~b พยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 70.3 อายุเฉลี่ย 32.2 ปี สถานภาพโสด ร้อยละ 49.6 การศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาพยาบาล ร้อยละ 50.2 เป็นพยาบาลวิชาชีพร้อยละ 59.8 อายุการทำงานเฉลี่ย 10.7 ปีพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคมีความเครียดในงานอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 38.6 และ50.6 ตามลำดับ ในปัจจัยด้านงาน 7 ด้าน ซึ่งมี 45 ดัชนีชี้วัด พบว่าพยาบาลทั้งสองกลุ่มมี 4 ดัชนีชี้วัดที่มีความเครียดในระดับมากเกินร้อยละ 50 โดย 3 อันดับแรกอยู่ในด้านรายได้และสวัสดิการ ได้แก่ ความเหมาะสมของเงินเดือนกับปริมาณงาน ความเหมาะสมของเงินเดือนกับค่าครองชีพ และความเหมาะสมของค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ วิธีการจัดการความเครียดที่พยาบาลทั้งสองกลุ่มใช้มากที่สุดเหมือนกัน 3 อันดับแรก คือ การหาสาเหตุแก้ไข นอนพักผ่อน และทำจิตใจให้สบาย ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเครียดในงานกับปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความเครียด พบว่าในพยาบาลวิชาชีพเพศ อายุ อายุการทำงาน การศึกษา เงินเดือน สถานภาพสมรสและการพักผ่อน มีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนในพยาบาลเทคนิค พบว่าอายุการทำงานมีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ~bสรุป~b จากผลการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหาร ควรตระหนักถึงความสำคัญและปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดในการทำงาน สิ่งที่ควรดำเนินการ ได้แก่ การปรับปรุงค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน และการปรับเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับปริมาณงานแต่ละหน่วยงาน

บรรณานุกรม :
วรวรรณ ผู้มีโชคชัย . (2546). ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรวรรณ ผู้มีโชคชัย . 2546. "ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรวรรณ ผู้มีโชคชัย . "ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
วรวรรณ ผู้มีโชคชัย . ความเครียดในงานและการจัดการความเครียดของพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พ.ศ. 2546. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.