| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ เมื่อเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ |
| นักวิจัย | : | แสงแข ชำนาญวนกิจ |
| คำค้น | : | UMBILICAL CORD CARE , TIME TO UMBILICAL CORD SEPARATION , TRIPLE DYE , ALCOHOL , CLEANCORD CARE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001422 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~bวัตถุประสงค์~b: เพื่อศึกษาระยะเวลาการหลุดของสายสะดือทารก เปรียบเทียบระหว่างการเช็ดสะดือที่บ้านด้วยทริปเปอร์ดายส์ แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อใด ๆ ตลอดจนเปรียบเทียบความพึงพอใจของบิดามารดา อัตราการพบเชื้อแบคทีเรียที่สะดือ และความชุกของภาวะแทรกซ้อนของการเช็ดสะดือทั้ง 3 วิธี ~bรูปแบบการวิจัย~b: การศึกษาเชิงทดลองทางคลินิก แบบสุ่มตัวอย่าง ~bสถานที่ทำการวิจัย~b: โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ~bระเบียบวิธีวิจัย~b: ทารกครบกำหนดที่คลอดในโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าและเข้าเกณฑ์การคัดเลือก จะได้รับการสุ่มเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามชนิดของสารที่ใช้เช็ดสะดือที่บ้าน คือ กลุ่ม 1: ทริปเปอร์ดายส์ กลุ่ม 2: แอลกอฮอล์ หรือกลุ่ม 3:เช็ดสะดือให้แห้งโดยไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ ทารกทุกรายได้รับการเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์ขณะอยู่ในโรงพยาบาล ภายหลังกลับบ้าน ทารกจะได้รับการเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินวิธีการทำความสะอาดสะดือและทำการเพาะเชื้อที่สะดือ เมื่อทารกอายุ 1 เดือนผู้วิจัยจะประเมินสุขภาพของทารก สอบถามบิดามารดาถึงระยะเวลาที่สะดือหลุด ความพึงพอใจและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ~bผลการศึกษา~b: ทารกที่ทำการศึกษาในแต่ละกลุ่ม จำนวน 63, 60 และ 62 รายตามลำดับ มีลักษณะพื้นฐานคล้ายคลึงกัน ยกเว้นอัตราการคลอดโดยการผ่าตัดในกลุ่ม 1สูงกว่าในกลุ่มอื่น ระยะเวลาที่สะดือหลุดในทารกกลุ่ม 1 จะนานกว่ากลุ่ม 2 (p = 0.036)และ 3 (p = 0.003) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่าเฉลี่ยของระยะเวลาที่สะดือหลุด คือ16.25(+,ฑ)6.29, 13.79(+,ฑ)4.26 และ 13.12(+,ฑ)3.82 วัน ตามลำดับ ปัจจัยต่าง ๆเช่น น้ำหนักแรกเกิด วิธีการและการอาบน้ำ ไม่มีผลต่อระยะเวลาการหลุดของสะดือ คะแนนความพึงพอใจของบิดามารดาในทารกกลุ่ม 1 จะต่ำกว่าในกลุ่ม 2 (p = 0.019) และ 3(p = < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการเพาะเชื้อที่สะดือจำนวน 180 ราย พบเชื้อแบคทีเรียทุกราย โดยพบแบคทีเรียแกรมลบร้อยละ 95 ส่วน staphylococcus พบเพียงร้อยละ 30ไม่พบความแตกต่างของชนิดและอัตราการพบแบคทีเรียในทารกแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตามไม่พบภาวะสะดืออักเสบในทารกที่ทำการศึกษา ทารก 2 รายในกลุ่ม 1 และ 1 รายในกลุ่ม 2ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะติดเชื้อและได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ~bสรุป~b: ระยะเวลาที่สะดือหลุดเมื่อเช็ดสะดือที่บ้านด้วยแอลกอฮอล์หรือไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ สั้นกว่าและเป็นที่ยอมรับของบิดามารดามากกว่าการเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์ การเช็ดนสะดือด้วยแอลกอฮอล์หรือการเช็ดสะดือให้แห้งโดยไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสะดือทารกที่บ้าน |
| บรรณานุกรม | : |
แสงแข ชำนาญวนกิจ . (2546). การศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ เมื่อเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. แสงแข ชำนาญวนกิจ . 2546. "การศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ เมื่อเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. แสงแข ชำนาญวนกิจ . "การศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ เมื่อเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. แสงแข ชำนาญวนกิจ . การศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ เมื่อเช็ดสะดือด้วยทริปเปอร์ดายส์แอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารป้องกันการติดเชื้อ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
