| ชื่อเรื่อง | : | การผสมเทียมและการไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป ~iApis mellifera~i และผึ้งเอเชีย |
| นักวิจัย | : | มนัญญา เพียรเจริญ |
| คำค้น | : | ~iApis mellifera~i QUEEN , ~iApis~i SPECIES , SPERMATHECA , SPERMATHECA , INSTRUMENTAL INSEMINATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001280 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาความไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป(~iApis mellifera~i) และผึ้งเอเชีย โดยการผสมเทียมนางพญาผึ้งพันธุ์กับอสุจิของผึ้งเอเชียเพื่อดูการมีชีวิตของตัวอสุจิในถุงเก็บน้ำเชื้อของนางพญาผึ้งพันธุ์ ขั้นแรกได้ทำการศึกษาเทคนิคการเก็บอสุจิที่ต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับจำนวนของผึ้งตัวผู้และจำนวนอสุจิที่มีน้อยในผึ้งตัวผู้ของผึ้งเอเชีย ผลการทดลองพบว่าการมีชีวิตของตัวอสุจิไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวิธีการเก็บตัวอสุจิจากการหลั่งอสุจิและจากการเก็บจากถุงเก็บน้ำเชื้อ แต่พบว่าสารละลายที่ใช้เก็บรักษาตัวอสุจิมีผลต่อการมีชีวิต (การเคลื่อนที่) ของตัวอสุจิ โดยพบว่าสารละลายที่เหมาะสมในการเก็บรักษาตัวอสุจิคือ Tris bufferDiluent ส่วนเทคนิคการนำตัวอสุจิมาปั่นโดยใช้เครื่องปั่นเพื่อแยกตัวอสุจิออกจากสารละลายที่ใช้ระหว่างการเก็บ มีผลต่อการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิและจำนวนของตัวอสุจิที่เข้าไปในถุงเก็บน้ำเชื้อของนางพญา พบว่าตัวอสุจิมีอัตราการเคลื่อนที่สูงที่สุดเมื่อนำอสุจิไปปั่นที่ 1,000 gเป็นระยะเวลา 10 นาที เทคนิคการเก็บตัวอสุจิจากถุงเก็บน้ำเชื้อในสารละลาย Tris Bufferและนำตัวอสุจิมาปั่นที่ 1,000 g เป็นเวลา 10 นาที ตัวอสุจิที่ได้จากเทคนิคนี้สามารถนำไปใช้ในการผสมเทียมได้อย่างประสบความสำเร็จ จากการศึกษาการผสมเทียมนางพญาของผึ้งพันธุ์ 63 ตัว โดยนางพญาผึ้งพันธุ์แต่ละตัวผสมกับอสุจิของผึ้งตัวผู้เพียง 1 ชนิดในปริมาณของตัวอสุจิ 8 ล้านตัวที่เท่ากันซึ่งได้จากผึ้งพันธุ์ (~iApis mellifera~i) ตัวผู้ 1 ตัว ผึ้งโพรง (~iA. cerana~i) ตัวผู้ 8 ตัว ผึ้งหลวง (~iA. dorsata~i) ตัวผู้ 5 ตัวและผึ้งมิ้น (~iA. florea~i) ตัวผู้ 20 ตัว โดยพบจำนวนเปอร์เซ็นต์ตัวอสุจิเข้าไปในในถุงเก็บน้ำเชื้อของนางพญาผึ้งพันธุ์ระหว่าง 1.4-2.8%นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ตัวอสุจิที่เคลื่อนที่ของผึ้งพันธุ์และผึ้งโพรงในถุงเก็บน้ำเชื้อของนางพญาผึ้งพันธุ์ไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากการผสมเทียมภายใน 4 สัปดาห์พบว่าตัวอสุจิของผึ้งตัวผู้ทั้ง 2 ชนิดยังคงเคลื่อนที่ 96.9% และ 93.8% ตามลำดับ แต่พบจำนวนเปอร์เซ็นต์ตัวอสุจิของผึ้งมิ้มเคลื่อนที่ลดลง คือ 83.4% ภายหลังจากการผสมเทียมเป็นเวลา 3 วัน และหลังการผสมเทียม 4 สัปดาห์การเคลื่อนที่ลดลงเป็น 33.9% นอกจากนี้พบว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ตัวอสุจิของผึ้งหลวงเคลื่อนที่ลดลง คือ 61.2% ภายหลังจากการผสมเทียมเป็นเวลา 3 วัน และหลังการผสมเทียม 4 สัปดาห์การเคลื่อนที่ลดลงเป็น 26%จากการศึกษาผลของการปฏิสนธิ พบว่าไข่ของนางพญาผึ้งพันธุ์ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิของผึ้งพันธุ์ 57% และจากการคำนวณจากจำนวนไข่ที่ไม่ฟัก พบว่าไข่ของนางพญาผึ้งพันธุ์ปฏิสนธิกับอสุจิของผึ้งโพรง ผึ้งมิ้มและผึ้งหลวง 44% 41% และ 20% ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
มนัญญา เพียรเจริญ . (2546). การผสมเทียมและการไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป ~iApis mellifera~i และผึ้งเอเชีย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มนัญญา เพียรเจริญ . 2546. "การผสมเทียมและการไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป ~iApis mellifera~i และผึ้งเอเชีย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มนัญญา เพียรเจริญ . "การผสมเทียมและการไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป ~iApis mellifera~i และผึ้งเอเชีย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. มนัญญา เพียรเจริญ . การผสมเทียมและการไม่เข้ากันทางการสืบพันธุ์ระหว่างผึ้งพันธุ์ยุโรป ~iApis mellifera~i และผึ้งเอเชีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
