ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
นักวิจัย : อาริศรา ทะริยะ
คำค้น : FORMALDEHYDE , PHOTOOXIDATION , ADVANCED OXIDATION PROCESSES , ULTRAVIOLET IRRADIATION , HYDROGEN PEROXIDE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001205
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมได้แก่ พีเอช อัตราส่วนโมลาร์ของฟอร์มัลล์ดีไฮด์ต่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และความเข้มข้นเริ่มต้นของฟอร์มัลล์ดีไฮด์เมื่อมีการย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์ในน้ำเสียสังเคราะสห์โดยวิธีใช้แสงยูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เพื่อประยุกต์ใช้เป็นกระบวนการเบื้องต้นในการบำบัดน้ำเสียฟอร์มาลีนจากโรงพยาบาล จากการทดลองนี้พบว่ารังสียูวีช่วยกระตุ้นการแตกตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ให้เป็นไฮดรอกซิล-เรดิคอล (OH(+,ท)) ซึ่งมีความสามารถสูงในการทำลายโมเลกุลของฟอร์มัลล์ดีไฮด์ โดยพบว่าสภาวะที่เหมาะสมที่สุดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์ ประกอบด้วยการทดลองที่พีเอช 7 อัตราส่วนโมลาร์ของฟอร์มัลล์ดีไฮด์ต่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็น 1:2 และใช้เวลาในการย่อยสลาย 240 นาทีเมื่อใช้อัตราส่วนโมลาร์ของฟอร์มัลล์ดีไฮด์ต่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มากกว่าหรือน้อยกว่าสภาวะที่เหมาะสมทำให้ระบบมีประสิทธิภาพในการบำบัดลดลง โดยพบว่าที่อัตราส่วนโมลาร์น้อยกว่า 1:2 ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เข้าทำลายโมเลกุลของฟอร์มัลล์ดีไฮด์มีปริมาณไม่เพียงพอ ในทางกลับกันเมื่อใช้อัตราส่วนโมลาร์มากกว่า 1:2 พบว่าไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีปริมาณมากเกินไปจนทำให้ปฏิกิริยากับโมเลกุลไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ด้วยกันเองส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยวิธีการใช้แสงยูวีร่วมกับไฮโดรเจนปอร์ออกไซด์ในสภาวะกรดให้ประสิทธิภาพสูงกว่าในสภาวะด่างอย่างไรก็ตามพบว่าการบำบัดด้วยวิธีนี้ในสภาวะเป็นกลางให้ประสิทธิภาพสูงที่สุดนอกจากนี้ยังพบว่าการย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์ด้วยกระบวนการนี้ไม่สามารถย่อยสลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำได้หมดโดยพบว่าฟอร์มัลล์ดีไฮด์ได้เปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิคโดยที่ความเข้มข้นเริ่มต้นของฟอร์มัลล์ดีไฮด์ที่น้อยกว่า 5,000 มก./ล. น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะไม่มีความเป็นพิษต่อจุลินทรีย์ โดยวิธีการย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์นี้จึงเหมาะสมในการนำไปใช้เมื่อน้ำเสียมีฟอร์มัลล์ดีไฮด์ในช่วงค่าดังกล่าว

บรรณานุกรม :
อาริศรา ทะริยะ . (2546). การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาริศรา ทะริยะ . 2546. "การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาริศรา ทะริยะ . "การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
อาริศรา ทะริยะ . การย่อยสลายฟอร์มัลล์ดีไฮด์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.