ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ
นักวิจัย : วุฒิพงษ์ เดโชดมพันธ์
คำค้น : MULTIPLE REGRESSION , ERRORS IN INDEPENDENT VARIABLES , MOTE CARLO , ORDINARY LEAST SQUARES METHOD , TOTAL LEAST SQUARES METHOD , BAYESIANLATENT VARIABLE REGRESSION METHOD
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001085
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้องของการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของตัวแบบถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระโดยจะเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย 3 วิธี ได้แก่ วิธีกำลังสองน้อยสุด (Ordinary Least Squares method (OLS) วิธีผลรวมกำลังสองน้อยสุด (TotalLeast Squares method (TLS) และวิธีการถดถอยของตัวแปรแฝงเชิงเบส์ (BayesianLatent Variable Regression method (BLVR)) เกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจคือเกณฑ์ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (Average Mean Squares Error (AMSE))และเกณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบของการตัดสินใจคือค่าอัตราส่วนผลต่างของค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (Ratio of Different Average Mean Squares Error(RDAMSE) สถานการณ์ที่ศึกษาคือจะกำหนด ~i(+,b)~i = (1,1...,1)('(+,ข)) สำหรับวิธีOLS และ TLS แต่สำหรับกรณีวิธี BLVR จะกำหนด ~i(+,b)~i ให้มีการแจกแจงแบบปกติซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.5 จำนวนตัวแปรอิสระ(~iP~i) ที่ศึกษาคือ 3 5 และ 7 และขนาดตัวอย่าง (~in~i) ที่ศึกษาเท่ากับ 30 50 70100 และ 150 ตัวแปรอิสระทุกตัวมีความคลาดเคลื่อนซึ่งความคลาดเคลื่อนสุ่มในตัวแปรอิสระแต่ละตัว (~ie(,~x(,j))~i) มีการแจกแจงแบบปกติที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0 และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.1 0.3 0.5 0.7 และ 1.0 ตามลำดับ ความคลาดเคลื่อนในตัวแปรตาม (~ie(,~y~i)) มีการแจกแจงแบบปกติ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.1 0.5 0.7 และ 1.0 ตามลำดับ ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากการจำลองแบบโดยวิธีมอนติคาร์โลซึ่งกระทำซ้ำ 500 รอบ ในแต่ละสถานการณ์ ผลของการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ การเปรียบเทียบค่า AMSE ของทั้ง 3 วิธีพบว่าเมื่อส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระเท่ากับ 0.1 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรตามเท่ากับ 0.1 0.3 และ 0.5 วิธี OLS จะให้ค่า AMSE ต่ำที่สุด แต่ในกรณีที่ส่วนเบี่ยงเบลนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรตามเท่ากับ 0.7 และ 1.0 วิธีOLS จะดีที่สุดเมื่อขนาดตัวอย่างใหญ่ และวิธี BLVR จะดีที่สุดในกรณีที่ขนาดตัวอย่างเล็กส่วนกรณีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระเท่ากับ 0.3 วิธีOLS จะให้ค่า AMSE ต่ำที่สุดเมื่อจำนวนตัวแปรอิสระเท่ากับ 3 และขนาดตัวอย่างใหญ่โดยขนาดตัวอย่างจะแปรผันตามส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรตามส่วนกรณีที่จำนวนตัวแปรอิสระเท่ากับ 5 และ 7 ค่า AMSE ของวิธี BLVR จะมีค่าต่ำสุดส่วนกรณีที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระเท่ากับ 0.50.7 และ 1.0 จะให้ผลสรุปเหมือนกันคือวิธี BLVR จะให้ค่า AMSE ต่ำที่สุด รองลงมาคือวิธี TLS และวิธี OLS ตามลำดับ ปัจจัยที่มีผลต่อค่า AMSE ของทุกวิธี คือ ขนาดตัวอย่าง จำนวนตัวแปรอิสระส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความคลาดเคลื่อนในตัวแปรตาม

บรรณานุกรม :
วุฒิพงษ์ เดโชดมพันธ์ . (2546). การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วุฒิพงษ์ เดโชดมพันธ์ . 2546. "การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วุฒิพงษ์ เดโชดมพันธ์ . "การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
วุฒิพงษ์ เดโชดมพันธ์ . การเปรียบเทียบวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนในตัวแปรอิสระ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.