| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ |
| นักวิจัย | : | นรพล อิ่มบริบูรณ์ |
| คำค้น | : | MENTAL RETARDED , INTERACTIVE VERBAL EXPERIENCE , LANGUAGE ABILITY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000696 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้ในประเด็นต่อไปนี้ 1) ความสามารถในการใช้ภาษา 2) ประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในเชิงคุณภาพและปริมาณ และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษากับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ กลุ่มประชากรที่ทำการศึกษาในครั้งนี้เป็นเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนราชานุกูลจำนวน 19 คน ที่มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ระหว่าง50-75 และมีอายุจริงระหว่าง 11-13 ปี และไม่มีภาวะความบกพร่องซับซ้อนในด้านการได้ยินการมองเห็น และความผิดปกติของสภาพทางอารมณ์ จากการศึกษาความสามารถในการใช้ภาษา ด้วยแบบทดสอบการฟังและเข้าใจภาษาไทยของเด็กก่อนวัยเรียน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความสามารถในการใช้ภาษาที่ระดับคะแนนสูงสุด83 คะแนน และต่ำสุด 49 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ผู้วิจัยได้ใช้ผลคะแนนดังกล่าวมาจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสูง (High Group) 3 คน และกลุ่มต่ำ(Low Group) 3 คน จากการแจงนับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัวในปริมาณที่มากกว่าการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในโรงเรียนอย่างชัดเจนในทุกรายกรณี แต่เด็กที่มีระดับความสามารถทางภาษาต่ำ มีการใช้อวัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณที่มากกว่า ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเด็กจะสื่อสารไม่ได้ แต่เด็กได้รับการกระตุ้นในลักษณะเร้าปฏิสัมพันธ์ทางภาษาค่อนข้างน้อยในส่วนของการจำแนกประเภทของวัจนปฏิสัมพันธ์เป็นประเภทเร้าปฏิสัมพันธ์และประเภทไม่เร้าปฏิสัมพันธ์ พบว่ามีการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์ประเภทเร้าปฏิสัมพันธ์ดังนี้คือ การแสดงความรู้สึก (Expressive) มีปริมาณสูงที่สุด รองลงมาเป็นการชี้นำ (Directive)การถาม (Question) และการจัดการปฏิสัมพันธ์ (Interactive Management) ตามลำดับส่วนวัจนปฏิสัมพันธ์ประเภทไม่เร้าปฏิสัมพันธ์ ได้แก่ การบอกความ (Assertive) จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์กับความสามารถในการใช้ภาษา พบว่า มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกล่าวคือ เมื่อเด็กที่มีความสามารถทางภาษาสูงจะมีประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณสูงด้วย ในทางกลับกันเด็กที่มีความสามารถทางภาษาต่ำจะมีประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณน้อย จากผลการศึกษาดังกล่าวอาจกล่าวได้ว่า ประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ มีบทบาทสำคัญต่อความสามารถทางภาษาของเด็กปัญญาอ่อน |
| บรรณานุกรม | : |
นรพล อิ่มบริบูรณ์ . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นรพล อิ่มบริบูรณ์ . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นรพล อิ่มบริบูรณ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. นรพล อิ่มบริบูรณ์ . ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
