| ชื่อเรื่อง | : | ละครหลวงวิจิตร |
| นักวิจัย | : | ฤดีชนก รพิพันธุ์ |
| คำค้น | : | LUANG , VICHIT , PLAY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000631 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการจัดการแสดง และรูปแบบการแสดงละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ ตลอดจนวิเคราะห์ละครปลุกใจรักชาติเรื่องเจ้าหญิงแสนหวี วิธีการวิจัยคือการศึกษาเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีประสบการณ์ในการแสดงละครหลวงวิจิตรในสมัยก่อน และการเรียนรู้ที่ได้รับถ่ายทอดจากศิษย์ของหลวงวิจิตรวาทการ จากการวิจัยพบว่า ละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในนาม "ละครหลวงวิจิตร" คือ ละครที่มีเนื้อหาปลุกใจให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกรักชาติบ้านเมืองสร้างสามัคคีระหว่างคนในชาติ และยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประเทศชาติ "ละครหลวงวิจิตร" เกิดจากที่หลวงวิจิตรวาทการได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ในรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ท่านได้ใช้บทละครและเพลงแนวปลุกใจรักชาติเป็นสื่อ ในการปลูกฝังลัทธิชาตินิยมให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการสนับสนุนกระแสทางการเมืองที่แพร่หลายในขณะนั้นแล้ว หลวงวิจิตรวาทการยังเห็นว่า ความรักชาติจะสามารถช่วยสร้างสรรค์บ้านเมืองได้อีกทางหนึ่ง ละครหลวงวิจิตร เป็นละครที่เกิดจากบูรณาการความรู้ และประสบการณ์ของหลวงวิจิตรวาทการให้ปรากฏเป็นละครรูปแบบใหม่ในละครนาฏยศิลป์ไทย มีลักษณะพอสรุปได้คือ ในการเคลื่อนไหวของตัวละคร นอกจากจะเป็นไปตามธรรมชาติแล้วยังเป็นการผสมผสานระหว่างท่ารำทางนาฏยศิลป์กับท่ารำธรรมชาติ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า ท่า "กำแบ" ใช้ทั้งรำประกอบเพลงตามเนื้อเรื่อง และรำสลับฉาก เพื่อคั่นเวลาในการเปลี่ยนฉาก ซึ่งการจัดฉากก็เป็นไปตามความสมจริงตามเนื้อเรื่องสำหรับการแต่งกายของตัวละคร ยืนเครื่องแบบละครไทยผสมผสานกันการแต่งกายตามเชื้อชาติและแต่งแบบสามัญชน อนึ่งในการแสดงละครจะมีทั้งบทเจรจาและบทร้อง ซึ่งผู้แสดงจะต้องเป็นผู้ร้องเพลงเองในแาก และมีการร้องเพลงสลับฉาก (ร้องหน้าม่าน) ด้วย ส่วนดนตรีนั้น ใช้ทั้งวงดนตรีไทยและวงดุริยางค์สากลประกอบการแสดง จากการศึกษา "ละครหลวงวิจิตร" พบว่า ละครเครื่อง "เจ้าหญิงแสนหวี" เป็นตัวแทนละครของหลวงวิจิตรได้อย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นละครที่มีความสมบูรณ์ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง ตลอดจนบทเพลงทั้งในเรื่อง และระบำสลับฉาก ที่มีทั้งความสนุกสนานรื่นเริง และเพลงที่บ่งบอกถึงความเสียสละในความรักระหว่างเจ้าหญิงแสนหวีและเจ้าชายเขมรัฐ ที่ต้องสำนึกถึงความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง มากกว่าที่จะคำนึงถึงความสุขส่วนตัว และยังได้สอดแทรกการประลองดาบระหว่างเจ้าหญิงแสนหวี และเจ้าชายเขมรัฐ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย อีกทั้งละครเรื่องเจ้าหญิงแสนหวีเป็นละครที่มีบทเพลงที่ไพเราะมากกว่าละครเรื่องอื่นๆ จำต้องใช้ผู้แสดงเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความยิ่งใหญ่ตระการตามากกว่าที่สุดในบรรดาละครหลวงวิจิตร เนื่องจากหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเป็นทั้งผู้ประพันธ์ ผู้กำกับการแสดง ผู้ฝึกซ้อม ตลอดจนอำนวยการผลิตละครตั้งแต่ต้นจนจบ และได้เขียนกำกับไว้ในบทละครอย่างละเอียด การจัดการแสดงละครเรื่องเจ้าหญิงแสนหวีในระยะต่อมา จึงควรที่จะรักษารูปแบบเดิมไว้ให้มากที่สุดเพราะนอกจากจะเป็นการสืบทอดอัจฉริยะภาพของหลวงวิจิตรวาทการให้ปรากฏแล้ว ยังเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของ "ละครหลวงวิจิตร" ให้คงอยู่ในวงการนาฎยศิลป์สืบไป |
| บรรณานุกรม | : |
ฤดีชนก รพิพันธุ์ . (2546). ละครหลวงวิจิตร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฤดีชนก รพิพันธุ์ . 2546. "ละครหลวงวิจิตร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฤดีชนก รพิพันธุ์ . "ละครหลวงวิจิตร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ฤดีชนก รพิพันธุ์ . ละครหลวงวิจิตร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
