| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | สมานจิต ภิรมย์รื่น |
| คำค้น | : | BUDDHISM PROMOTION AND PROPAGATION , INSTITUTION BUILDING , CURRICULUM DEVELOPMENT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000535 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย (2) พัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทยและ (3) พัฒนาหลักสูตรของสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทยสำหรับการถวายความรู้พระสังฆาธิการ และพระนักเผยแผ่ ผลการวิจัยพบว่า 1. การส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ตามภารกิจ 6 ด้านตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ได้แก่ ด้านการปกครอง ด้านการเผยแผ่ด้านการศาสนศึกษา ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ด้านการสาธารณูปการ และด้านการสาธารณสงเคราะห์มีสภาพปัญหาและความคาดหวังในอนาคตต้องการให้การปกครองคณะสงฆ์ยึดหลักการ 3 ประการคือ (1) หลักพระธรรมวินัย (2) หลักการบริหารองค์กร และ (3) หลักดุลยภาพในความสัมพันธ์รัฐกับประชาชนแยกอำนาจด้านนิติบัญญัติและอำนาจ ด้านตุลาการจากมหาเถรสมาคมมีการกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาคโดยเฉพาะในระดับจังหวัด จัดให้มีรูปแบบ ระบบวิธีการ สื่ออุปกรณ์ในการเผยแผ่ที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พัฒนางานด้านอื่น ๆ ตามภารกิจ เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านจิตใจ และการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน โดยแก้ปัญหาความขาดแคลน และเสริมสร้างความพร้อมด้านความรู้ความสามารถ ให้แก่ พระสังฆาธิการและพระนักเผยแผ่ ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในกระบวนการดำเนินงานจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป 2. รูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มีนโยบายให้องค์กรอิสระที่รัฐให้การรับรอง สนับสนุนด้านงบประมาณและการดำเนินงาน อยู่ในการกำกับดูแล เกื้อหนุนของมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม มีความอิสระคล่องตัวในการจัดการบริหารองค์กรภายใน กำหนดเป้าหมายและมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติได้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนงานวิจัยและพัฒนางานฝึกอบรมและพัฒนา งานเผยแผ่และงานความสัมพันธ์กับชุมชน ดำเนินการฝึกอบรมพระสังฆาธิการ พระนักเผยแผ่ และบุคลากรด้านการเผยแผ่ ครอบคลุมเป้าหมายที่มีอยู่ทั้งสังฆมลฑล มีโครงสร้างประกอบด้วย 8 ส่วนงาน คือ (1) สภาสถาบัน (2) สำนักงานอธิการ (3) สำนักงานกองทุนสถาบัน (4) สำนักบริหารกลาง (5) สำนักวิจัยและมาตรฐาน(6) สำนักฝึกอบรมและพัฒนา (7) สำนักวิทยบริการ และ (8) สำนักประสานงานและบริการสังคม 3. หลักสูตรสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มี 2 หลักสูตรคือ หลักสูตรถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส ประกอบด้วยกิจกรรม/หมวดวิชาคือ (1) กิจกรรมการปฏิบัติ กรรมฐานและจิตตภาวนา (2) หมวดวิชาพระธรรมวินัยสำหรับพระสังฆาธิการ (3) หมวดวิชาพื้นฐานทั่วไป (4) หมวดวิชาเฉพาะสาขา (ตามภารกิจ 6 ด้าน)(5) หมวดวิชาเสริม และ (6) การฝึกปฏิบัติและการศึกษาดูงาน และหลักสูตรถวายความรู้แด่พระนักเผยแผ่ และบุคลากรด้านการเผยแผ่ ประกอบด้วย (1) กิจกรรมการปฏิบัติกรรมฐานและจิตตภาวนา (2) หลักพระธรรมวินัยสำหรับการเผยแผ่ (3) หลักการและภารกิจด้านการเผยแผ่ (4) หมวดวิชาพื้นฐานทั่วไป (5) หมวดวิชาเฉพาะ (6) หมาดวิชาเสริม และ(7) การศึกษาดูงานและการฝึกปฏิบัติจริง ทั้ง 2 หลักสูตรเป็นหลักสูตรหลัก สามารถปรับเนื้อหาและจำนวนชั่วโมงให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับการอบรมได้ |
| บรรณานุกรม | : |
สมานจิต ภิรมย์รื่น . (2546). การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมานจิต ภิรมย์รื่น . 2546. "การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมานจิต ภิรมย์รื่น . "การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. สมานจิต ภิรมย์รื่น . การพัฒนารูปแบบสถาบันส่งเสริมและเผยแผ่การพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
