| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายเพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | กันทิมา ศิริพาณิชย์ |
| คำค้น | : | AUTOMOBILE INSURANCE RATING , REGRESSION ANALYSIS METHOD , CREDIBILITYTHEORY , WEIGHTED LEAST SQUARE METHOD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001450 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับประสบการณ์ค่าสินไหมทดแทน โดยใช้วิธีวิเคราะห์การถดถอยทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้ และวิธีกำลังสองน้อยที่สุดแบบถ่วงน้ำหนัก การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลตัวอย่าง การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เดือนพฤษภาคม 2543 ถึงเดือนเมษายน2544 ของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รหัส 110 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรหัส 120รถยนต์นั่งเชิงพาณิชย์ จากบริษัทประกันวินาศภัย 1 บริษัท ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันรถยนต์ในครั้งนี้ สำหรับวิธีวิเคราะห์การถดถอยจะจำแนกตามปัจจัยกลุ่มรถยนต์ ลักษณะการใช้รถ และขนาดรถยนต์ โดยกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในกลุ่มต่าง ๆดังนี้ กลุ่ม 2 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี, กลุ่ม 2รหัส 120 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี, กลุ่ม 3 รหัส 110ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี, กลุ่ม 3 รหัส 120 ที่มีขนาดรถยนต์(+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี รวมทั้งหมด 8 กลุ่ม สำหรับทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้และวิธีกำลังสองน้อยที่สุดแบบถ่วงน้ำหนักจะจำแนกตามปัจจัยกลุ่มรถยนต์ ลักษณะการใช้รถ อายุรถยนต์ และขนาดรถยนต์ โดยกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในกลุ่มต่าง ๆดังนี้ กลุ่ม 2 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 10 ปี, กลุ่ม 2 รหัส 120 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซีและ > 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 10 ปี, กลุ่ม 3 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์(+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 10 ปี, กลุ่ม 3 รหัส 120ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 10 ปี,กลุ่ม 4 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 10 ปี,กลุ่ม 5 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี ที่มีอายุรถยนต์ 1 ปี ถึง 7 ปีรวมทั้งหมด 97 กลุ่ม ส่วนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้นำมาพิจารณาในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในครั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลไม่เพียงพอ หลังจากได้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แล้วจะทำการประเมินผลอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ได้จากการใช้ทั้ง 3 วิธี กับอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยใช้อัตราส่วนความเสียหาย เนื่องจากข้อมูลตัวอย่างที่นำมาดำเนินการศึกษาในครั้งนี้มีจำนวนค่อนข้างน้อยทำให้ค่าที่ได้อาจมีความไม่แม่นยำพอ จึงเสนอเพียง 1 วิธีคือ ทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้ซึ่งถ้าข้อมูลมีจำนวนน้อยความเชื่อถือก็จะน้อยตาม ดังนั้นจะขอเสนอเฉพาะผลจากทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้เพียง 1 วิธี ทั้งนี้ผลสรุปที่ได้ว่าควรลดหรือเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยอยู่ภายใต้ข้อมูลที่มี ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. กลุ่ม 2 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซีควรลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 5% - 45% และ กลุ่ม 2 รหัส 120 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี ควรมีการลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 2% - 50% ยกเว้นกลุ่มที่มีอายุ 7 ปี ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี ควรเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยจากเดิมประมาณ 8% 2. กลุ่ม 3 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซีควรลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 4% - 25% ยกเว้นกลุ่มที่มีอายุ 6 ปี และ9 ปี ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และอายุรถยนต์ 8 ปี ที่มีขนาดรถยนต์ > 2000 ซีซีควรเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยจากเดิมประมาณ 12% - 25% และกลุ่ม 3 รหัส 120 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และ > 2000 ซีซี ควรมีการลดเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 1% - 40% ยกเว้นกลุ่มที่มีอายุ 10 ปี ขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี และอายุรถยนต์ 8 ปี ที่มีขนาดรถยนต์ > 2000 ซีซี ควรเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยจากเดิมประมาณ3% - 20% 3. กลุ่ม 4 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี ควรลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 5% - 25% ยกเว้นกลุ่มที่มีอายุ 6 ปี และ 9 ปี ควรเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยจากเดิมประมาณ 2% - 4% 4. กลุ่ม 5 รหัส 110 ที่มีขนาดรถยนต์ (+,ฃ) 2000 ซีซี ควรลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิมประมาณ 3% - 34% 5. ในกรณีที่ข้อมูลมีจำนวนน้อย วิธีที่เหมาะสมคือ ทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้เนื่องจากทฤษฎีความน่าเชื่อถือได้ไม่พึ่งพิงจำนวนข้อมูล ถ้าข้อมูลน้อยความเชื่อถือก็น้อยด้วยแต่สำหรับวิธีวิเคราะห์การถดถอย และวิธีกำลังสองน้อยที่สุดแบบถ่วงน้ำหนักข้อเสียคือ ถ้าข้อมูลมีจำนวนน้อย ค่าที่ได้อาจไม่แม่นยำ ผลที่ได้อาจคลาดเคลื่อนได้ 6. จากการวิเคราะห์ด้วยวิธีเหล่านี้ บริษัทสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ข้อมูลต้องอยู่ภายใต้สมมติฐานเดียวกัน และการปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัยนั้นต้องทำให้อัตราส่วนความเสียหายอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ |
| บรรณานุกรม | : |
กันทิมา ศิริพาณิชย์ . (2545). การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายเพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กันทิมา ศิริพาณิชย์ . 2545. "การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายเพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กันทิมา ศิริพาณิชย์ . "การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายเพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. กันทิมา ศิริพาณิชย์ . การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายเพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
