| ชื่อเรื่อง | : | คุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545 |
| นักวิจัย | : | สกล ลิจุติภูมิ |
| คำค้น | : | QUALITY OF WORK LIFE , PERSONNEL , PROVINCIAL AND DISTRICT PUBLIC HEALTHOFFICE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000471 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับคุณภาพชีวิตการทำงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545 เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ศึกษาในช่วง กันยายน - ธันวาคม 2545 โดยใช้แบบสอบถามส่งทางไปรษณีย์ จำนวน 1,600 ฉบับ ไปยังบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติราชการในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสถานีอนามัย นานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปได้รับแบบสอบถามตอบกลับทั้งหมด 1,249 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 78.1 ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุบอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 59.1 อายุเฉลี่ย 36.4 ปีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 63.2 การศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 57.3 ตำแหน่งปัจจุบันคือเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน ร้อยละ 42.3 ประสบการณ์การทำงานด้านสาธารณสุข เฉลี่ย14.5 ปี มีคุณภาพชีวิตการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.63เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ความพึงพอใจในงาน ลักษณะงาน และความเกี่ยวข้องผูกพันกับงานมีค่าเฉลี่ย 3.63, 3.55 และ 3.80 ตามลำดับ การรับรู้ความสามารถในการทำงาน การรับรู้ต่อระบบบริหาร ค่านิยมต่อการทำงาน ค่านิยมต่อราชการ และค่านิยมต่อการบริการ มีค่าเฉลี่ย 3.69, 3.71, 3.86, 3.98 และ 4.14 ตามลำดับ และพบว่า สถานภาพสมรส ตำแหน่งระดับซี ตำแหน่งงาน ความเพียงพอของรายได้ และการมีบ้านพักเป็นของตนเอง ที่แตกต่างกันสัมพันธ์กับการมีคุณภาพชีวิตการทำงานแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประสบการณ์การทำงานด้านสาธารณสุข เงินเดือน การรับรู้ความสามารถในการทำงาน การรับรู้ต่อระบบบริหาร ค่านิยมต่อการทำงาน ค่านิยมต่อราชการ และค่านิยมต่อการบริการ มีสหสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณภาพชีวิตการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยตัวแปรค่านิยมต่อการทำงาน การรับรู้ต่อระบบบริหาร ค่านิยมต่อราชการ เงินเดือน การรับรู้ความสามารถในการทำงาน และค่านิยมต่อการบริการ สามารถร่วมกันอธิบายความผันแปรของคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขได้ร้อยละ 39.1 (R('2)=0.391) สิ่งที่ควรดำเนินการได้แก่เพิ่มบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย ปรับปรุงเงินเดือนและค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน เพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ กำหนดมาตรฐานการให้บริการระดับสถานีอนามัย มีสภาวิชาชีพและมีใบประกอบวิชาชีพสาธารณสุข และมีการขยายกรอบระดับซีให้สูงขึ้น ผู้วิจัยเห็นว่า ควรดำเนินการเพิ่มเงินเดือน ต่าตอบแทน สวัสดิการ และขยายกรอบระดับซีให้แก่บุคลากรสาธารณสุข รวมทั้งมีการพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และพัฒนาให้องค์การแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สกล ลิจุติภูมิ . (2545). คุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สกล ลิจุติภูมิ . 2545. "คุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สกล ลิจุติภูมิ . "คุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. สกล ลิจุติภูมิ . คุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ประเทศไทย ปี 2545. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
