| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง |
| นักวิจัย | : | ปรมาภรณ์ เกิดทรัพย์ |
| คำค้น | : | THREADFIN-BREAM , WATER SOLUBLE PROTEIN , EDIBLE FILM |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000027 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลิตฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง(~iNemipterus hexodon~i) เพื่อให้ได้แผ่นฟิล์มที่มีความคงทนแข็งแรง วัตถุดิบที่ใช้คือปลาทรายแดงซึ่งมีค่าความชื้น 77.19% โปรตีน 17.77% ไขมัน 4.07% เถ้า 1.01%คาร์โบไฮเดรต 0.06% และโปรตีนที่ละลายน้ำ 16.26% ของปริมาณโปรตีนทั้งหมด จากการสกัดโปรตีนที่ละลายน้ำได้จากปลาทรายแดงด้วยน้ำกลั่นที่เย็น (4 องศาเซลเซียส) ปริมาตร5 เท่าของน้ำหนักเนื้อปลา แล้วทำ dialysis และระเหิดแห้ง พบว่า โปรตีนที่สกัดได้มีปริมาณโปรตีน เท่ากับ 97.63% โดยน้ำหนักแห้ง ในการวิจัยศึกษา pH และอุณหภูมิที่ใช้ในการผลิตแผ่นฟิล์มซึ่งจะทำให้แผ่นฟิล์มมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุด โดยแปรค่าpH เป็น 3 5 7 9 และ 11 และอุณหภูมิที่ใช้คือ 60 70 80 และ 90 องศาเซลเซียส เวลาในการให้ความร้อน 15 นาที ก่อนการขึ้นรูปแผ่นฟิล์มบนแผ่นซิลิโคน จากผลการทดสอบสมบัติต่างๆพบว่า แผ่นฟิล์มที่ผลิตโดยใช้ pH เท่ากับ 9 และให้ความร้อนที่ 70 องศาเซลเซียส 15 นาทีให้ค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุดคือ 1.84 MPa ค่าร้อยละการยืดตัวถึงจุดขาด 48.72%ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ 1.89 x 10('-10) g.m/m('2).s.Pa ค่าการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจน1.89 x 10('-18) mol.m/m('2).s.Pa ค่า L a b 83.07 0.83 และ 3.23 ตามลำดับ และค่าการละลายทั้งหมด 51.41% เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราดพบว่า แผ่นฟิล์มที่สภาวะดังกล่าวมีพื้นผิวต่อเนื่องและแน่นกว่าแผ่นฟิล์มที่สภาวะอื่นและจากผลการวิเคราะห์โดยใช้ SDS-PAGE electrophoresis แสดงให้เห็นว่ามีการเกิดพันธะไดซัลไฟด์ขึ้นในการผลิตแผ่นฟิล์ม จากข้อสรุปดังกล่าวจึงเลือกสภาวะการผลิตนี้ไปใช้ในขั้นตอนต่อไป เพื่อศึกษาชนิดและปริมาณพลาสติไซเซอร์ที่เหมาะสมในการผลิตแผ่นฟิล์มโดยใช้พลาสติไซเซอร์ 3 ชนิดคือกลีเซอรอล (GLY) ซอร์บิทอล (SOR) และ โพลิเอททิลีนไกลคอล(PEG) และแปรปริมาณเป็น 3 ระดับคือ 40 50 และ 60% โดยน้ำหนักของโปรตีนที่ใช้ในการผลิตแผ่นฟิล์ม พบว่าการเพิ่มปริมาณพลาสติไซเซอร์ทำให้แผ่นฟิล์มมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดลดลง แต่จะให้ค่าการยืดตัวถึงจุดขาด ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ และค่าการละลายทั้งหมดสูงขึ้น และพบว่าการใช้ SOR เป็นพลาสติไซเซอร์จะได้ฟิล์มที่มีค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงกว่าการใช้ GLY และ PEG โดยการใช้ SOR 40% จะให้ค่าความต้านทานแรงดึงขาดสูงสุดคือ 5.11 MPa แต่จะให้ร้อยละค่าการยืดตัวถึงจุดขาด ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ และค่าการละลายทั้งหมดต่ำที่สุดคือ 7.52% 1.13 x 10('-10) g.m/m('2).s.Pa และ 26.18% ตามลำดับและแผ่นฟิล์มที่ผลิตได้จะมีค่าสี (L a b) 83.05 0.04 และ 3.87 ตามลำดับ ส่วนการใช้GLY 60% จะทำให้ฟิล์มที่ผลิตได้มีค่าร้อยละการยืดตัวถึงจุดขาดสูงกว่าการใช้ SOR ทุกระดับความเข้มข้นมาก ในขณะที่สมบัติด้านอื่นๆ ใกล้เคียงกับการใช้ SOR จึงเลือกสภาวะการผลิตฟิล์มโดยใช้ SOR 40% และ GLY 60% มาศึกษาผลของอายุการเก็บแผ่นฟิล์มที่อุณหภูมิห้องในถุงพลาสติกชนิด low density polyethylene เป็นเวลา 2 เดือนต่อสมบัติต่างๆ ของฟิล์มพบว่า เมื่อระยะเวลาการเก็บนานขึ้นจะทำให้แผ่นฟิล์มที่เก็บที่อุณหภูมิห้องทั้ง 2 สภาวะมีค่าความต้านทานแรงดึงขาดและค่าการซึมผ่านของไอน้ำสูงขึ้น แต่จะมีค่าร้อยละการยืดตัวถึงจุดขาดและค่าการละลายทั้งหมดต่ำลง และมีสีเหลืองขึ้นเล็กน้อย |
| บรรณานุกรม | : |
ปรมาภรณ์ เกิดทรัพย์ . (2545). การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรมาภรณ์ เกิดทรัพย์ . 2545. "การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรมาภรณ์ เกิดทรัพย์ . "การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปรมาภรณ์ เกิดทรัพย์ . การผลิตและการเก็บรักษาฟิล์มบริโภคได้จากโปรตีนละลายน้ำจากปลาทรายแดง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
