| ชื่อเรื่อง | : | การตรวจหาความเสียหายของสะพานโครงข้อหมุนโดยการวิเคราะห์ผลตอบสนองการสั่นไหว |
| นักวิจัย | : | อาทิตย์ อ่ำเกตุสกุล |
| คำค้น | : | DAMAGE DETECTION , TRUSS BRIDGES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001408 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการตรวจหาความเสียหายในโครงข้อหมุน 2 มิติ จากการวิเคราะห์คุณสมบัติด้านพลวัตของโครงสร้าง ได้แก่ ความถี่ธรรมชาติและรูปร่างโหมด (Mode shape) โดยในการวิจัยนี้ ได้ทำการจำลองโครงข้อหมุนในคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความถี่และรูปร่างโหมด จากนั้นใช้วิธีการต่าง ๆ ในการตรวจหาความเสียหาย เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละวิธี โดยพิจารณาจากความถูกต้องในการทำนายตำแหน่งและระดับความรุนแรงของความเสียหาย ซึ่งวิธีการที่ศึกษาเปรียบเทียบประกอบด้วยวิธีใช้การเปลี่ยนแปลงสติฟเนสเมตริกซ์ วิธีใช้การเปลี่ยนแปลงเฟลกซิบิลิตีเมตริกซ์ และวิธีเวคเตอร์แรงคงค้าง นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับปรุงวิธีการที่มีอยู่เพื่อให้ผลการตรวจสอบหาความเสียหายมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น ผลจากการเปรียบเทียบวิธีการต่าง ๆ พบว่าเมื่อชิ้นส่วนที่เสียหายมีเซนซิทิวิตีที่สูง ทั้ง 3 วิธีสามารถตรวจพบความเสียหายได้แม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมีค่าน้อยก็ตาม แต่วิธีใช้การเปลี่ยนแปลงเฟลกซิบิลิตีเมตริกซ์มีความคลาดเคลื่อนที่ค่อนข้างสูง และวิธีเวคเตอร์แรงคงค้างไม่สามารถตรวจพบความเสียหายได้หากความเสียหายที่เกิดขึ้นมีค่ามาก และเมื่อชิ้นส่วนที่เกิดความเสียหายมีเซนซิทิวิตีที่ต่ำวิธีใช้การเปลี่ยนแปลงสติฟเนสเมตริกซ์ต้องใช้จำนวนโหมดที่มากขึ้นจึงจะสามารถตรวจพบความเสียหายได้ ส่วนวิธีใช้การเปลี่ยนแปลงเฟลกซิบิลิตีเมตริกซ์จะไม่สามารถตรวจพบความเสียหายที่มีค่าน้อยได้ ในขณะที่วิธีเวคเตอร์แรงคงค้างยังคงสามารถตรวจพบความเสียหายได้อย่างถูกต้องแม้จะใช้เพียงโหมดแรกเท่านั้นในการคำนวณ และเพื่อศึกษาผลของความคลาดเคลื่อนจากเครื่องมือตรวจวัดสัญญาณเมื่อนำไปใช้งานจริงได้ สมมติให้มีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นในความถี่และรูปร่างโหมดที่ใช้ในการคำนวณ ผลที่ได้พบว่าวิธีใช้การเปลี่ยนแปลงสติฟเนสเมตริกซ์ตรวจพบตำแหน่งที่เสียหายถูกต้อง แต่ความรุนแรงผิดพลาดไป ซึ่งรูปร่างโหมดที่คลาดเคลื่อนจะมีผลต่อความถูกต้องของผลการตรวจหาความเสียหายด้วยวิธีนี้มากกว่าความถี่ที่คลาดเคลื่อน ในขณะที่วิธีเวคเตอร์แรงคงค้างตรวจพบความรุนแรงได้ดีกว่า แต่ตรวจพบชิ้นส่วนอื่นที่ไม่เสียหายด้วย สุดท้ายได้ทำการปรับปรุงวิธีการตรวจสอบโดยใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงสติฟเนสเมตริกซ์ในการตรวจหาตำแหน่งที่เกิดความเสียหาย แล้วใช้หลักการของวิธีเวคเตอร์แรงคงค้างในการตรวจหาความรุนแรงของความเสียหาย ผลที่ได้พบว่าวิธีการที่ปรับปรุงให้ผลการตรวจหาความเสียหายที่มีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
อาทิตย์ อ่ำเกตุสกุล . (2543). การตรวจหาความเสียหายของสะพานโครงข้อหมุนโดยการวิเคราะห์ผลตอบสนองการสั่นไหว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อาทิตย์ อ่ำเกตุสกุล . 2543. "การตรวจหาความเสียหายของสะพานโครงข้อหมุนโดยการวิเคราะห์ผลตอบสนองการสั่นไหว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อาทิตย์ อ่ำเกตุสกุล . "การตรวจหาความเสียหายของสะพานโครงข้อหมุนโดยการวิเคราะห์ผลตอบสนองการสั่นไหว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. อาทิตย์ อ่ำเกตุสกุล . การตรวจหาความเสียหายของสะพานโครงข้อหมุนโดยการวิเคราะห์ผลตอบสนองการสั่นไหว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
