ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์
นักวิจัย : พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร
คำค้น : POLYMER BLEND , SPINODAL DECOMPOSITION , SAMPLE PREPARATION , DELAY TIME , TENSILE PROPERTIES , MORPHOLOGY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001375
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาอุณหพลศาสตร์และจลนศาสตร์ของการแยกเฟส,โครงสร้างและสมบัติภายใต้แรงดึงของสารผสมระหว่าง พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์) กับ พอลิ(เมทฌิล เมทธาคริเลท) ที่มีการเติมเอทธิล อะคริเลทโคโมโนเมอร์ การศึกษาด้วยเครื่องวัดการกระเจิงแสงแสดงให้เห็นว่า วิธีการผสมมีผลต่อลักษณะการเข้ากันได้ และลักษณะทางจลน์ของการแยกเฟส สารผสมที่เตรียมด้วยวิธีการหล่อด้วยสารละลาย (solution casting) ให้เส้นสปินนูเดิล (spinodal)และเส้นอุณหภูมิที่เริ่มขุ่น (cloud point) สูงกว่าสารผสมที่เตรียมด้วยวิธีการหลอมผสมด้วยความร้อน (melt mixing) ค่าอัตราการเพิ่มความเข้มของแสงกระเจิง(scattering intensity) ซึ่งได้จากการคำนวณตามทฤษฎีของคาห์นและฮิลลาร์ด(Cahn-Hillard) จะขั้นกับอุณหภูมิ วิธีการผสม และความเข้มข้น การศึกษาพฤติกรรมการหน่วง (delay time) พบว่า ลักษณะการหน่วงขึ้นอยู่กับ วิธีการผสม ความเข้มข้นอุณหภูมิ และเลขคลื่นกระเจิง (scattering wave number) ค่าที่ได้จากการทดลองจะคลาดเคลื่อนจากการประมาณด้วยทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพันกันของพอลิเมอร์(entanglement) คาดว่ามีผลเนื่องจากการละบางพจน์ในสมการ หรือ ค่าหน่วงที่วัดได้อาจจะมีความคลาดเคลื่อน จากการทดลองยังพบว่าในช่วงท้ายของการสลายตัวแบบสปินนูเดิล ลักษณะการเปลี่ยนความเข้มของแสงกระเจิงที่ผ่านการปรับค่า (nomalisedscaling function) จะสอดคล้องกับฟังก์ชันสเกลลิง (S(X)) ซึ่งใช้ทำนายการเปลี่ยนแปลงของสารผสมนอกช่วงความเข้มข้นวิกฤตเรียกลักษณะการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าการเปลี่ยนแปลงแบบกลุ่ม (cluster) การศึกษาลักษณะของโครงสร้างในชิ้นงานที่ผ่านการดึง (tensile test)ได้พบโครงสร้างที่มีความต่อเนื่องร่วมกัน (co-continuous) ซึ่งสามารถยืนยันการเกิดการสลายตัวแบบสปินนูเดิลในชิ้นตัวอย่างดังกล่าว อัตราการเพิ่มขนาดของโครงสร้างที่ได้จากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (transmissionelectron microscopy) จะคลาดเคลื่อนจากค่าที่ได้จากการคำนวณโดยใช้ข้อมูลของเครื่องวัดการกระเจิงแสงคาดว่าน่าจะมีผลจากความหนาของชิ้นงาน และการกระจายความร้อนที่แตกต่างกันของสองวิธี การศึกษาสมบัติทางกลด้วยวิธีการดึงพบว่า ค่าโมดูลัสของยังในพอลิเมอร์ผสมที่แยกเฟสในช่วงต้นของการสลายตัวแบบสปินนูเดิลจะสูงกว่าพอลิเมอร์ผสมที่ไม่แยกเฟส คาดว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดน่าจะมีผลมาจากการเปลี่ยนความเข้มข้นขององค์ประกอบ และการจัดเรียงตัวในระดับโมเลกุลของพอลิเมอร์เมื่อได้รับความร้อน ในขณะที่การตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ไม่พบแนวโน้มของการเปลี่ยนค่าโมดูลัสของยังเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงขนาดของเฟส

บรรณานุกรม :
พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร . (2543). อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร . 2543. "อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร . "อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร . อุณหพลศาสตร์ และ จลนศาสตร์ของการแยกเฟส, โครงสร้าง และสมบัติภายใต้แรงดึงของพอลิเมอร์ผสมสององค์ประกอบ : พอลิ(เมทธิล เมทธาคริเลท) พอลิ(สไตรีน-โค-มาเลอิคแอนไฮไดรด์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.