ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน
นักวิจัย : อัมพร จาริยะพงศ์สกุล
คำค้น : STREPTOZOTOCIN-INDUCED DIABETIC RATS , ENDOTHELIAL FUNCTION , VITAMIN C , INTRAVITAL FLUORESCENCE MICROSCOPIC STUDY , CEREBRAL MICROCIRCULATION , ANTIOXIDANT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001120
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการให้วิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติเสริมในระยะยาว ต่อการป้องกันความผิดปกติในการทำงานของเอ็นโดทีเลียมของหลอดเลือดเล็กในสมองในสภาวะเบาหวานโมเดลของสัตว์ทดลองที่ใช้ทำการศึกษาคือหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานโดยวิธีฉีดสารเสตรปโตโซโตซินเพียงครั้งเดียวเข้าทางหลอดเลือดดำในขนาดความเข้มข้น 55 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว หนูวิสตาร์เพศผู้น้ำหนัก 200-250 กรัม ได้ถูกแบ่งแบบสุ่มเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มควบคุม (CON) และกลุ่มเบาหวาน (STZ) ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มยังถูกแบ่งต่อเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มที่ไม่ได้รับวิตามินซีและกลุ่มที่ได้รับวิตามินซี การให้วิตามินซีโดยให้สัตว์ทดลองดื่มน้ำ ซึ่งผสมวิตามินซีในขนาดความเข้มข้น 1 กรัม/ลิตรอย่างอิสระ เทคนิคทางอินทราไวทัล ฟูออเรสเซ้นท์ ไมโครสโคบี้ จะถูกนำมาใช้เมื่อครบ 12, 24 และ 36 สัปดา ห์หลังจากได้รับการฉีดสารเสตรปโตโซโตซิน โดยการเปิดกระโหลกศีรษะและวิธีโคลส คราเนี่ยว วินโตเพื่อศึกษาการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กในสมอง เมื่อสิ้นสุดการทดลองจะเก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อสมอ งบริเวณที่ศึกษาหลอดเลือดข้างต้นเพื่อทดสอบสารเคมีในเลือดและถ่ายภาพเนื้อเยื่อสมองด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนตามลำดับ ผลการทดลองพบว่าหลังจากหนูทดลองได้รับการฉีดเสตรปโตโซโตซินแล้ว12, 24 และ 36 สัปดาห์ จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง, โคเลสเตอรอลในเลือดสูงและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสูงสุดที่ 36สัปดาห์ ขณะเดียวกันพบว่าระดับวิตามินซีในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มเบาหวาน เป็นที่น่าสนใจในการศึกษาครั้งนี้พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานที่ได้รับวิตามินซีจะต่ำกว่าระดับน้ำตาลของหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับวิตามินซีอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่ม 36 สัปดาห์หลังฉีดเสตรป-โตโซโตซิน (ระดับน้ำตา ลในเลือด : หนูเบาหวาน = 398.12(17.12มิลลิกรัม/เดซิลิตร, หนูเบาหวานที่ได้รับวิตามินซี = 317.28(29.59มิลลิกรัม/เดซิลิตร

p < 0.05) นอกจากนั้นที่ 36 สัปดาห์ระดับโคเลส-เตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในพลาสมาของหนูเบาหวานที่ได้รับวิตามินซีมีค่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับหนูเบาหวาน (ระดับโคเลสเตอรอล :หนู เบาหวาน = 157.83(25.21 มิลลิกรัม/เดซิลิตร, : หนูเบาหวานที่ได้รับวิตามินซี = 71.33(4.72 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ไตรกลีเซอไรด์ : หนูเบาหวาน= 154.17(37.09, หนูเบาหวานที่ได้รับวิตามินซี = 53.56(8.13 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยความดันเลือดแดงของหนูเบาหวานมีค่าสูงขึ้นในทุกช่วงเวลาที่ทำการศึกษา ขณะที่อัตราการไหลของเลือดในหลอดเลือดเล็กของสมองมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญในหนูเบาหวานกลุ่ม 36สัปดาห์ วิตามินซีผลในการลดความผิดปกติดังกล่าว ทั้งค่าเฉลี่ยความดันเลือดแดงและอัตราการไหลของเลือด (อัตราการไหลของเลือด : หนูเบาหวาน 36สัปดาห์ = 0.40(0.04 นาโนเลิตร/วินาที, : หนูเบาหวานได้รับวิตามินซี 36สัปดาห์ = 1.92(0.09 นาโนลิตร/วินาที) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อทดสอบผลต้านอนุมูลอิสระของวิตามินซีโดยตรงต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียม,จำนวนการเกาะติดของเม็ดเลือดขาวจะถูกนับและทดสอบการตอบสนองของเลือดเลือดสมองขนาดเล็กต่อสารอะเซทิลโคลีน, อะดีโนซีน-5-ไดฟอสเฟตและไนโตรกลีเซอรีน ตา มลำดับ ผลการทดลองพบว่าในกลุ่มหนูเบาหวาน 36สัปดาห์ เม็ดเลือดขาวที่เกาะติดบนผนังเอ็นโดทีเลียมเซลล์ของหลอดเลือดดำโพสแคปปิลารี่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหนูเบาหวานทุกช่วงเวลาที่ทำการศึกษาเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม (หนูเบาหวาน 36 สัปดาห์ = 4.63(0.33 เซลล์/100ไมโครเมตร, หนูควบคุมที่ 36 สัปดาห์ = 0.62(0.16 เซลล์/100 ไมโครเมตร)และวิตามินซีสามารถลดการเกาะติดของเม็ดเลือดขาวในหนูเบาหวานทั้ง 3 ช่วงอายุนอกจากนี้การศึกษาการตอบสนองของหลอดเลือดเล็กสมอง (20-30 ไมโครเมตร)พบว่าการขยายตัวข องหลอดเลือดต่ออะเซทิลโคลีนและอะดีโนซีน-5 ไดร์ฟอสเฟตซึ่งเป็นสารที่ขึ้นต่อเอ็นโดทีเลียมลดลงอย่างมีนั ยสำคัญในหนูเบาหวานทั้ง 3ช่วงอายุ เทียบกับหนูกลุ่มควบคุม (p<0.01) การให้วิตามินซีเสริมสามารถป้องกันความบกพร่องในการขยายตัวของหลอดเลือดสมองต่ออะเซทิลโคลีนและอะดีโนซีน-5 ได้ฟอสเฟตได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามการตอบสนองของหลอดเลือดสมองต่อไนโตรกลีเซอรีน ซึ่งเป็นสารที่ไม่ขึ้นต่อเอ็นโดทีเลียมไม่พบความแตกต่างในการขยายตัวของหลอดเลือดระหว่างหนูควบคุมและหนูเบาหวานทั้งกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับวิตามินซี ยิ่งไปกว่านั้นการให้วิตามินซีเสริมสามารถป้องกันการหนาตัวของเนื้อเยื่อเบสเมนต์เมมเบรนของหลอดเลือดเล็กและหลอดเลือดแคปปิลารี่ของสมองในหนูเบาหวานได้เมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม (p<0.01) การศึกษาครั้งนี้สรุปว่า การได้รับวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานสามารถป้องกันการเสียหน้าที่ของเอ็นโดทีเลียมของหลอดเลือดเล็กในสมองของหนูเบาหวานได้ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดเล็กของหลอดเลือด ดังนั้นวิตามินซีอาจมีความสำคัญสำหรับใช้รักษา เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากเบาหวานได้ในอนาคตอันใกล้นี้

บรรณานุกรม :
อัมพร จาริยะพงศ์สกุล . (2543). ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัมพร จาริยะพงศ์สกุล . 2543. "ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัมพร จาริยะพงศ์สกุล . "ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อัมพร จาริยะพงศ์สกุล . ผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินต่อการทำงานของเอ็นโดทีเลียมในหนูที่ถูกทำให้เป็นเบาหวานด้วยเสตรปโตโซโตซิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.